'แก้วตา' ฉะ ส่ง 'เท้ง' ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

“แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ พรรคการเมืองต่างๆ กำลังแย่งชิงอำนาจเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ล่าสุดเกิดดราม่าร้อนแรงเมื่อ “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ ทำให้ชาวโซเชียลมีเดียแตกตื่นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการเมืองไทยถึงถูกมองว่าเป็นเพียง “ละคร” ที่ไม่สร้างประโยชน์ให้ประชาชน

“แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

เมื่อเวลา 14.02 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือที่รู้จักกันในนาม “แก้วตา” อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชนที่ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสภา แม้จะรู้ดีว่ามีโอกาสชนะแทบเป็นศูนย์ แก้วตา มองว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างมีม และเก็บกระแสโซเชียลเพื่อโยนความผิดไปยังพรรคเพื่อไทย (พท.)

ที่มาของดราม่า “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ

ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมประกาศโครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว ขณะที่พรรคประชาชนเพิ่งมีมติส่ง “เท้ง” ลงชิงโหวตอย่างเป็นทางการ แก้วตา ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตยที่ยึดเสียงข้างมาก หากรู้อยู่แล้วว่าตัวเลขไม่ถึง ก็ไม่ควรเล่นละครเพื่อปั่นกระแสอารมณ์มวลชน แล้วนำความผิดหวังมาโจมตีฝ่ายอื่น

แก้วตายังเหน็บว่าพรรคประชาชนชอบสร้างความคาดหวังเกินจริง แล้วเมื่อแพ้ก็หันไปขายวาทกรรม “ตระบัดสัตย์” ทั้งที่รู้เกม รู้ตัวเลข และรู้ผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น การทำซ้ำๆ แบบนี้ทำให้ประชาชนชินกับการโกหกทางการเมือง ชินกับการอ้างหลักการเฉพาะเมื่อได้ประโยชน์ และกลายเป็นฝ่ายค้านเชิงแสดงมากกว่าสร้างผลงานจริง

ทำไมถึงถูกมองว่าเป็นละครการเมือง?

  • รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า: พรรคประชาชนทราบดีว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมาก ไม่มีทางชนะโหวต
  • สร้างภาพลักษณ์: เพื่อแสดงว่า “เราสู้แล้ว” เก็บคอนเทนต์ มีม และดราม่าในโซเชียล
  • หมกมุ่นวาทกรรม: เอาชนะทางคำพูดมากกว่าสร้างนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • ไม่สร้างประโยชน์: ไม่ช่วยลดค่าครองชีพ แก้เศรษฐกิจ หรือเพิ่มอำนาจประชาชน

การเมืองแบบนี้ใช้ประชาชนเป็นเพียงฉากหลังของเกมพรรคการเมือง สุดท้ายผู้ที่เสียหายคือประชาชนที่หวังพึ่งพาการเมืองเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แทนที่จะได้นโยบายจริงจัง กลับได้แค่สงครามแฟนคลับในโลกออนไลน์

ผลกระทบต่อการเมืองไทยและประชาชน

เหตุการณ์ “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ สะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยที่หมกมุ่นกับภาพลักษณ์มากกว่าผลงาน หากพรรคการเมืองหันมาโฟกัสที่ปัญหาเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจถดถอย ค่าครองชีพแพง การศึกษา และสาธารณสุข ประชาชนจะได้รับประโยชน์มากกว่า การชิงโหวตนายกฯ แบบนี้ยิ่งทำให้สภาฯ กลายเป็นเวทีละคร ลดความน่าเชื่อถือของระบบการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากนักการเมืองและนักวิชาการที่เห็นด้วยกับแก้วตา ว่าพรรคฝ่ายค้านควรเสนอนโยบายทางเลือก แทนการเล่นเกมที่รู้ผลแน่นอน เพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนจริงๆ

ท้ายที่สุด การเมืองต้องเปลี่ยนจาก “เอาชนะวาทกรรม” สู่ “สร้างผลลัพธ์ให้ประชาชน” หากไม่เปลี่ยน ประชาชนจะเหนื่อยใจกับละครการเมืองนี้ต่อไป คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้การเมืองไทยดีขึ้น!

ที่มา – “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: