เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง สำหรับเก้าอี้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยล่าสุดมีข่าวว่า “แสวง” ฉลุยจ่อนั่งเลขากกต.ยาวจนครบวาระ หลัง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกผลการประเมินจากกกต.ชุดเก่า ซึ่งถือเป็นการปิดดีลปัญหาที่ค้างคามาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของชุดก่อนหน้า
“แสวง” ฉลุยจ่อนั่งเลขากกต.ยาวจนครบวาระ หลัง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกผลการประเมินจากกกต.ชุดเก่า
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ กกต. ชุดเดิมที่มี นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ได้มีการประเมินผลงานของนายแสวง บุญมี ในปี 2568 ไว้ต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งตามสัญญาจ้างถือเป็นเงื่อนไขที่อาจทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ได้เกิดข้อถกเถียงว่าการประเมินดังกล่าวมีผลสมบูรณ์หรือไม่ เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนชุดกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบันจึงได้ดำเนินการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ปรึกษากฎหมายจนได้ข้อสรุปที่แน่ชัด
บทสรุปการตัดสินที่ส่งให้ “แสวง” ฉลุยจ่อนั่งเลขากกต.ยาวจนครบวาระ หลัง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกผลการประเมินจากกกต.ชุดเก่า
จากการประชุมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ให้ยกเลิกผลการประเมินชุดเก่าและให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ชุดปัจจุบันในการประเมินเอง ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
- สำนักงานกฤษฎีกาได้แจ้งว่าไม่มีอำนาจตีความสัญญาจ้าง โดยเรื่องนี้เป็นอำนาจจัดการภายในของ กกต. โดยตรง
- คณะที่ปรึกษา กกต. นำโดย นายศุภชัย สมเจริญ เห็นว่าผู้ที่มีอำนาจประเมินควรเป็น กกต. ชุดปัจจุบันที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่
- มติดังกล่าวจะทำให้นายแสวง ปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเนื่องจนครบวาระ 5 ปี ในวันที่ 31 มี.ค. 2570
หลายคนมองว่าการที่ กกต. เปลี่ยนท่าทีมาลงมติสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นการปรับจูนการทำงานภายในให้มีความสอดคล้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับองค์กรในช่วงที่ต้องเตรียมการเลือกตั้งครั้งสำคัญในอนาคต
ในมุมมองส่วนตัว การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ กกต. ชุดปัจจุบันในการรักษาความต่อเนื่องของงานบริหาร เชื่อว่านายแสวงจะสามารถบริหารจัดการสำนักงาน กกต. ให้เป็นไปอย่างราบรื่นตามวาระที่เหลืออยู่อย่างแน่นอน
ที่มา – “แสวง” ฉลุยจ่อนั่งเลขากกต.ยาวจนครบวาระ หลัง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกผลการประเมินจากกกต.ชุดเก่า

