วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในสังคมไทย นั่นคือกรณี “โกศลวัฒน์” ยกเคสหนุ่มสติไม่ดีขโมยอาหาร มองเป็นปัญหาสังคม ครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี ซึ่งเป็นเคสที่สะท้อนปัญหาผู้ป่วยทางจิตที่หลุดรอดการดูแลจากครอบครัว สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมีทางออกอย่างไรบ้าง
“โกศลวัฒน์” ยกเคสหนุ่มสติไม่ดีขโมยอาหาร มองเป็นปัญหาสังคม ครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี
เรื่องราวเริ่มต้นจากนายโย อายุ 34 ปี ชายที่สติไม่สมประกอบ ก่อเหตุขโมยถุงกับข้าวอาหารญี่ปุ่นที่ไรเดอร์แขวนไว้หน้าประตูบ้านผู้เสียหายในพื้นที่ สน.ยานนาวา เมื่อคืนวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาใช้รถจักรยานยี่ห้อเทอร์โบ ขโมยถุงพลาสติกหูหิ้วสีขาวที่มีอาหารญี่ปุ่นไป ผู้เสียหายไม่ยอมง่ายๆ ยืนยันแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ สน.ยานนาวา พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน. ระบุว่าผู้เสียหายจะดำเนินคดีถึงที่สุด พนักงานสอบสวนต้องส่งสำนวนฟ้องศาลตามขั้นตอน น้องสาวผู้ต้องหายื่นประกันตัวพี่ชายออกมาแล้ว และกำลังพาไปตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อหาหลักฐานยืนยันอาการป่วย แต่เบื้องต้นยังไม่มีใบรับรองแพทย์ แค่อาการขึ้นๆ ลงๆ เมื่อโกรธ
มุมมองจากนายโกศลวัฒน์ อธิบดีอัยการ สคช.
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) มองว่าเคสนี้เป็นบทเรียนสังคมที่ดี ผู้ป่วยทางจิตที่ลักทรัพย์ หากไม่รู้ผิดชอบชั่วดีจริงๆ ถึงขั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้ารู้บ้างไม่รู้บ้าง ยังต้องรับผิด ต้องมีหลักฐานการรักษาจากโรงพยาบาลยืนยันความรุนแรงของอาการ
ปัญหาสังคมจากผู้ป่วยจิตแบ่ง 2 แบบหลัก คือ จากยาเสพติด (ใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติด บำบัด) และโรคจิตเวช (ใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิต) ครอบครัวต้องดูแลไม่ให้หลุดออกมาก่อเหตุ เช่น จำกัดพื้นที่ ไม่ปล่อยปละละเลย
- นำประวัติรักษามาแสดงศาล เพื่อขอลงโทษเบาหรือรอลงอาญา
- ให้ผู้ต้องหาขอโทษผู้เสียหาย และแสดงหลักฐานป่วย
- อัยการ สคช. พร้อมช่วยเขียนคำแถลงต่อศาล และให้คำปรึกษา
นายโกศลวัฒน์ ย้ำว่า หลายครอบครัวต้องมาอ้อนวอนผู้เสียหายไม่เอาความกับลูกหลานป่วยจิต ซึ่งไม่ควรเกิด หากดูแลดีตั้งแต่แรก คดีลักทรัพย์ไม่ยอมความได้ แต่ทางออกคือไกล่เกลี่ย เชิญคุย และนำหลักฐานไปศาล
ปัญหาผู้ป่วยจิตในสังคมไทย และทางแก้ไข
จากประสบการณ์ลงพื้นที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่กำเริบเพราะไม่กินยาต่อเนื่อง ครอบครัวต้องช่วยกำกับ หากพบผู้ป่วยจิตในสังคม แจ้งเจ้าหน้าที่นำไปบำบัดได้ตามกฎหมาย สายด่วน 1157 หรือปรึกษาอัยการ สคช. ใกล้บ้าน
เคสนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยต้องตื่นตัวกับปัญหาผู้ป่วยจิต การดูแลครอบครัวคือกุญแจสำคัญ ป้องกันไม่ให้กลายเป็นคดีความ
สุดท้าย ขอให้ทุกท่านที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน ติดต่อขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต สังคมปลอดภัยเริ่มจากครอบครัวที่เข้มแข็ง
ที่มา – “โกศลวัฒน์” ยกเคสหนุ่มสติไม่ดีขโมยอาหาร มองเป็นปัญหาสังคม ครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี

