เชื่อว่าหลายคนที่กำลังเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านน่าจะตื่นเต้นกับข่าวดีล่าสุด เมื่อภาครัฐได้เปิดตัว โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและสมาชิกในชุมชนที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง โดยโครงการนี้ถือเป็นไม้เด็ดของรัฐบาลในการลดภาระค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยให้กับประชาชนโดยตรง
เจาะลึก 3 หลักเกณฑ์กองทุนหมู่บ้าน โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง
การดำเนินงานของ โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนคือการลดดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1 ลงถึง 50% สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการแบ่งเบาภาระได้มหาศาลเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใส กองทุนหมู่บ้านที่ต้องการเข้าร่วมต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วน ดังนี้ครับ
เช็กด่วน! คุณสมบัติกองทุนที่เข้าร่วมโครงการ
- ต้องเป็นกองทุนหมู่บ้านที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและมีคณะกรรมการตามระเบียบกำหนด
- ต้องส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี เพื่อยืนยันความพร้อมและเสถียรภาพ
- ต้องจัดประชุมสมาชิกเพื่อให้มีมติลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1 ลง 50% พร้อมปรับปรุงสัญญาให้เป็นไปตามเงื่อนไข
หลายคนอาจสงสัยว่าหากเข้าร่วมโครงการแล้วจะมีการตรวจสอบไหม? คำตอบคือ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้ออกมาเน้นย้ำเลยครับว่า หากกองทุนไหนรับเงินเพิ่มทุนไปแล้วแต่ไม่ทำตามเงื่อนไข สทบ. มีอำนาจเรียกคืนเงินทุนดังกล่าวได้ทันที เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินกว่า 4,452 ล้านบาท จะถึงมือสมาชิกอย่างแท้จริง
สำหรับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ย ผมแนะนำให้ลองเข้าไปสอบถามคณะกรรมการในหมู่บ้านของท่านดูว่าได้มีการดำเนินการในส่วนของ โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง แล้วหรือยัง เพราะนี่ถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยให้เรามีเงินเหลือมาหมุนเวียนในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวมากขึ้นครับ
การที่รัฐบาลเข้ามามีบทบาทโดยตรงในการอุดหนุนดอกเบี้ยเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจฐานรากจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น หากโครงการนี้เดินหน้าอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ
ที่มา – เปิด 3 หลักเกณฑ์กองทุนหมู่บ้าน “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ช่วยสมาชิกลดดอก 50%


