สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทยมาอัปเดตกันครับ ล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่าครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นพรรคเพื่อไทยที่ยังยืนยันส่งชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค แม้ว่าจะมีประเด็นคดีสแกนม่านตาที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบ ซึ่งมีคนในพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ร้องเรียนผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม
โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น
ในประเด็นนี้ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น อย่างชัดเจนครับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวล่วงการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่นๆ เลย และที่สำคัญตอนนี้ยังไม่มีพรรคใดเสนอชื่อผู้สมควรได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ เป็นการแสดงถึงความเคารพซึ่งกันและกันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล
โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น: รายละเอียดที่ควรรู้
มาดูกันครับว่าประเด็นนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 กระแสข่าวการจัดสรรตำแหน่งในครม.ชุดใหม่กำลังร้อนแรง โดยพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นหัวหอกรัฐบาล มีการประชุมแกนนำเพื่อยืนยันสัดส่วนเดิม โดยยังคงชิงชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.ท้องถิ่นชื่อดังที่เคยมีบทบาทสำคัญในพรรค แม้จะมีความเสี่ยงจากคดีที่ ป.ป.ช. กำลังสอบสวนเรื่องการสแกนม่านตา ซึ่งเชื่อมโยงกับการทุจริตเลือกตั้งหรือการโกงระบบลงคะแนนในบางพื้นที่
คดีนี้ถูกเปิดโปงโดยบุคคลในพรรคภูมิใจไทยที่ส่งข้อมูลไปยังกระทรวงดีอี เพื่อให้ตรวจสอบระบบดิจิทัล ทำให้เกิดคำถามว่าชื่อนี้จะผ่านเกณฑ์หรือไม่ แต่ทางโฆษกพรรคภูมิใจไทยก็ชัดเจนว่า โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นหลักการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล
- พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าไปแทรกแซงการเสนอชื่อของเพื่อไทย
- ยังไม่มีชื่อรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการจากพรรคใด
- คดีสแกนม่านตาของนายประเสริฐยังอยู่ในชั้นสอบสวน ป.ป.ช.
- แสดงถึงความโปร่งใสและเคารพซึ่งกันในวงการเมือง
บริบทการเมืองตอนนี้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน ชาญสมรรณ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมครม.ชุดใหม่หลังการเลือกตั้งส.ส.ท้องถิ่นและการปรับโครงสร้างรัฐบาล การชิงสัดส่วนตำแหน่งจึงเป็นเกมเช็คเมทที่ทุกพรรคต้องระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมที่ ป.ป.ช. เข้มงวดมากขึ้น สแกนม่านตาเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวตนในการเลือกตั้ง แต่กลับถูกใช้ในทางมิชอบ จนกลายเป็นคดีร้อน
หลายคนวิเคราะห์ว่าการยืนยันชื่อนายประเสริฐ แสดงถึงความมั่นใจของเพื่อไทยในหลักฐานและพยาน แต่ก็อาจเสี่ยงถ้าป.ป.ช.มีมติเด็ดขาด ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเลือกท่าทีเป็นกลาง ไม่แสดงท่าทีคัดค้าน เพื่อรักษาความสัมพันธ์พรรคร่วม
จากมุมมองของผม การที่ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น เป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังโตขึ้น ทุกพรรคเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม แทนการโจมตีกันเอง สุดท้ายแล้วประชาชนอย่างเราก็อยากเห็นครม.ที่เข้มแข็ง โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ที่รอคอยมานาน
คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ล่ะครับ? คิดว่านายประเสริฐจะได้เป็น รมต.จริงไหม หรือพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนใจ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!
ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่นชงชื่อ รมต. ชี้ยังไม่มีเสนอชื่อรัฐมนตรี


