เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ล่าสุดมีข่าวใหญ่จากยุโรปที่น่าตกใจมาก เพราะประเทศโปรตุเกสเพิ่งเผชิญกับสถานการณ์ โปรตุเกสทุบสถิติ วันที่ร้อนที่สุดในเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 40.3 องศาฯ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเกินกว่าปกติอย่างมากสำหรับเดือนพฤษภาคม
สถานการณ์วิกฤตเมื่อ โปรตุเกสทุบสถิติ วันที่ร้อนที่สุดในเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 40.3 องศาฯ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองโมรา ทางตอนกลางของประเทศโปรตุเกส โดยอุณหภูมิพุ่งแตะระดับ 40.3 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่เคยไว้ที่ 40 องศาเซลเซียสเมื่อปี 2544 ลงได้อย่างราบคาบ โดยคลื่นความร้อนในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในโปรตุเกสเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายปกคลุมไปถึงเยอรมนี สเปน และสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
ผลกระทบในยุโรปและมุมมองต่อเหตุการณ์ โปรตุเกสทุบสถิติ วันที่ร้อนที่สุดในเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 40.3 องศาฯ
นอกจากปัญหาเรื่องสภาพอากาศแล้ว ผลกระทบที่ตามมายังทำให้หลายหน่วยงานต้องเร่งรับมือ เช่น:
- ในฝรั่งเศส โรงเรียนหลายแห่งต้องเจอกับอุณหภูมิภายในห้องเรียนที่สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ทำให้การเรียนการสอนทำได้ยากลำบาก
- อิตาลีประกาศเตือนภัยสีแดงจากคลื่นความร้อนในกรุงโรม
- สหภาพการศึกษาเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการการดูแลนักเรียนท่ามกลางความร้อนจัด
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่ชัดเจนมาก องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาย้ำว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกมีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีข้างหน้า เราควรเริ่มตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจังก่อนที่โลกจะร้อนขึ้นจนถึงจุดที่ใช้ชีวิตได้ยากกว่านี้ครับ
หากเรายังเพิกเฉยต่อการรักษาดูแลสิ่งแวดล้อม ต่อไปในอนาคตเราอาจจะต้องเจอกับฤดูร้อนที่โหดร้ายกว่านี้หลายเท่า ดังนั้นการปรับตัวและหันมาใส่ใจโลกใบนี้ตั้งแต่วันนี้ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญครับ
ที่มา – โปรตุเกสทุบสถิติ วันที่ร้อนที่สุดในเดือน พ.ค. อุณหภูมิพุ่ง 40.3 องศาฯ

