กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมือง เมื่อคุณรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ได้ออกมาชี้แจงถึงการแต่งตั้ง นายสุรพล นิติไกรพจน์ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตามองว่าเป็นการกระชับมิตรกับฝ่ายขวาหรือไม่ รวมถึงประเด็นเรื่องโครงสร้างพรรคที่หลายคนตั้งข้อสงสัย
โรม ยืนยันตั้ง สุรพล เป็นแนวร่วมต้านระบอบน้ำเงิน
คุณรังสิมันต์ โรม ได้ให้สัมภาษณ์ ณ รัฐสภา เพื่อยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนอุดมการณ์ แต่เป็นการดึงบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงานเพื่อโรม ยืนยันตั้ง สุรพล เป็นแนวร่วมต้านระบอบน้ำเงิน อย่างชัดเจนที่สุด เพื่อรับมือกับการผูกขาดอำนาจที่กัดกินสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเขาย้ำว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงยึดมั่นในความถูกต้องและตรวจสอบได้เสมอ
เป้าหมายหลักคือการรวมพลังเพื่อหยุดยั้งการกินรวบ
ปัญหาเรื่องการกินรวบอำนาจโดยกลุ่มทุนหรือระบอบสีน้ำเงินนั้น เป็นวิกฤตที่พรรคประชาชนมองว่าต้องจัดการอย่างเร่งด่วน การดึงบุคคลที่มีประสบการณ์อย่าง นายสุรพล เข้ามา จึงเป็นการสะท้อนว่า โรม ยืนยันตั้ง สุรพล เป็นแนวร่วมต้านระบอบน้ำเงิน ไม่ใช่เรื่องของการประนีประนอมเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือการได้เป็นรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งเพื่อกอบกู้ประเทศ
- จุดยืนที่แน่วแน่ของพรรคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต
- การตรวจสอบปัญหาฮั้ว สว. และการทำงานที่เชื่อมโยงกับปัญหาของประชาชน
- ความจำเป็นในการรวมกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อต้านการผูกขาด
ในส่วนของข้อสงสัยเรื่อง “โปลิตบูโร” ที่หลายคนตั้งคำถามว่าใครเป็นคนเลือก คุณรังสิมันต์ได้ปฏิเสธประเด็นนี้อย่างชัดเจน โดยชี้แจงว่าโครงสร้างของพรรคไม่มีสิ่งดังกล่าวอยู่จริง และการตัดสินใจนี้มาจากความร่วมมือของคณะผู้บริหารพรรค เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่าแนวทางที่พรรคนำเสนอนั้นคือคำตอบของทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ
ท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของพรรคประชาชน ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการต่อสู้กับอุปสรรคทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายที่ถูกต้องในการเปลี่ยนผ่านสังคมไทยไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่


