ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการโต้ตอบร้อนแรง ล่าสุดมีประเด็นน่าสนใจเกิดขึ้นระหว่าง ส.ส. รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน กับ ส.ส. ดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่กำลังกลายเป็นหัวข้อสนทนาบนโซเชียลมีเดีย
โรม สวน ดนุพร ไล่ถามทักษิณเรื่องตั๋วช้าง
วันที่ 28 กันยายน 2567 นายรังสิมันต์ โรม ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเพื่อตอบโต้คำกล่าวอ้างของนายดนุพร ที่ระบุว่าพรรคสีน้ำเงินได้รับการชุบชีวิตจาก ‘ตั๋วช้าง’ สีส้ม โรมได้ย้อนกลับไปบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องตั๋วช้างจริงๆ ก็ให้ไปถามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนนั้นรู้ดีที่สุด นอกจากนี้ โรมยังแนะนำให้ดนุพรหัดโทษตัวเองบ้าง อย่ามัวแต่โทษคนอื่น เพราะรัฐบาลที่เป็นอยู่มานานสองปีแล้ว แต่กลับไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม สร้างแต่ปัญหาใหม่ๆ ให้ประชาชน
คำพูดของโรมนี้ชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “เวลาที่เหลืออยู่ หยุดแกว่งปากหาเสี้ยนได้แล้ว ทำงานบ้างอะไรบ้าง” ซึ่งสะท้อนถึงความคับข้องใจต่อฝ่ายรัฐบาลที่มัวแต่เล่นเกมการเมืองแทนการแก้ปัญหาให้ประชาชน
บริบทของประเด็นตั๋วช้างในพรรคการเมือง
เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ‘ตั๋วช้าง’ ในที่นี้หมายถึงอิทธิพลหรือการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญที่มีน้ำหนักในวงการการเมือง โดยเฉพาะนายทักษิณที่ถูกมองว่าเป็นผู้มีบทบาทเบื้องหลังพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหลายครั้งในอดีต โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้เกิดการถกเถียงว่าอิทธิพลดังกล่าวช่วย ‘ชุบชีวิต’ พรรคการเมืองที่เคยอ่อนแอได้จริงหรือไม่
โรมในฐานะ ส.ส. จากพรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้านที่เน้นการตรวจสอบรัฐบาล มองว่าการโจมตีแบบนี้จากฝ่ายรัฐบาลเป็นเพียงการเบี่ยงเบนประเด็น โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเพื่อไทยซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก บริหารงานมาเกือบสองปี แต่ผลงานที่จับต้องได้ยังไม่ชัดเจน เช่น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการปฏิรูปที่เคยสัญญาไว้
- ผลงานรัฐบาลสองปี: ยังไม่มีนโยบายเด่นที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้จริง
- ปัญหาที่เกิดใหม่: การเมืองภายในพรรคและการทุจริตที่ถูกตั้งคำถาม
- คำแนะนำจากโรม: หยุดการโต้เถียงไร้สาระ เริ่มทำงานเพื่อประชาชน
การโต้ตอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสวนกันไปมา แต่สะท้อนถึงความแตกแยกในสภาไทยที่ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะระหว่างพรรคฝ่ายค้านกับรัฐบาล นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าประเด็นตั๋วช้างอาจถูกขุดขึ้นมาอีกในอนาคต หากมีการเลือกตั้งใหญ่หรือการปรับคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ โรมยังใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้ ส.ส. ทุกคนหันมาโฟกัสที่การทำงานจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย การแกว่งปากหรือหาเสี้ยนในเนื้อของคนอื่นอาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเมืองเข้าไปอีก
จากมุมมองของผู้เขียน คำพูดของโรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีให้กับนักการเมืองทุกฝ่ายว่า การตรวจสอบซึ่งกันและกันเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องมาพร้อมกับผลงานที่พิสูจน์ตัวเองได้ หากรัฐบาลอยากให้ฝ่ายค้านเงียบ ก็ควรแสดงผลงานให้เห็นชัดเจน
สุดท้ายนี้ ชวนผู้อ่านติดตามข่าวการเมืองไทยต่อไป เพราะทุกการโต้ตอบอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในอนาคต คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง
ที่มา – “โรม” สวน “ดนุพร” ไล่ไปถาม “ทักษิณ” รู้ดีเรื่องตั๋วช้าง แนะหยุดแกว่งปากหาเสี้ยนได้แล้ว


