พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุไต้ฝุ่น” สร้างความกังวลให้กับหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวียดนามที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง และประเทศไทยที่ต้องเตรียมรับมือกับอิทธิพลของพายุที่อ่อนกำลังลง
พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทวีกำลังแรงเป็น “พายุไต้ฝุ่น” เตรียมถล่มเวียดนามและภาคเหนือของไทย
สถานการณ์ล่าสุด พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (Kajiki) บริเวณทะเลจีนใต้ ได้พัฒนาความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างเต็มตัว คาดการณ์ว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามในช่วงวันจันทร์นี้ (25 ส.ค.) ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลางของเวียดนามต้องเผชิญกับลมกระโชกแรง คลื่นทะเลขนาดใหญ่ และฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่
เมื่อเวลา 16:00 น. ของวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนามได้รายงานว่า ศูนย์กลางของพายุอยู่ห่างจากหมู่เกาะพาราเซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 230 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุคาจิกิกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นอีกขณะเคลื่อนตัวผ่านตอนใต้ของเกาะไหหลำของจีน ก่อนที่จะขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างจังหวัดทัญฮว้า และจังหวัดกว๋างจิในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ทางการเวียดนามได้ประกาศยกระดับความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่ชายฝั่งและตอนใน ตั้งแต่จังหวัดทัญฮว้าไปจนถึงตอนเหนือของจังหวัดกว๋างจิ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาได้ชี้ว่า จังหวัดฮาติงห์และตอนเหนือของจังหวัดกว๋างจิเป็นพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดและมีความเสี่ยงสูง
คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ไปจนถึงวันอังคาร โดยพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำทางตอนเหนือ, ตอนใต้ของจังหวัดฟูเถาะ และพื้นที่ระหว่างแทงฮวา-เว้ จะมีปริมาณน้ำฝนสะสมอยู่ที่ 100-150 มิลลิเมตร และบางพื้นที่มีโอกาสสูงถึง 250 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ตั้งแต่จังหวัดแทงฮวาถึงตอนเหนือของจังหวัดกว๋างจิอาจมีปริมาณฝนสูงถึง 200-400 มิลลิเมตร และในกรณีที่รุนแรงอาจสูงกว่า 700 มิลลิเมตร นอกจากนี้ กรุงฮานอย เมืองดานัง และนครโฮจิมินห์ก็มีโอกาสที่จะเกิดฝนตกเช่นกัน
เจ้าหน้าที่ได้เร่งเตือนประชาชนให้เสริมความแข็งแรงของบ้านเรือน เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ และหลีกเลี่ยงการออกทะเล พายุคาจิกิถือเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 5 ในทะเลจีนใต้ของปีนี้ ต่อจากพายุวิภาที่สร้างความเสียหายในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 5 รายในเวียดนามตอนเหนือ
ผลกระทบต่อประเทศไทยจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ”
ในส่วนของประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า พายุโซนร้อนคาจิกิ ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนลำดับที่ 13 ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือในปีนี้ จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดน่านในวันอังคารนี้ (26 ส.ค.) และอาจทำให้จังหวัดน่านมีฝนตกหนักถึง 200 มิลลิเมตร
กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยยังคงเตือนว่าในช่วงวันจันทร์และวันอังคารนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำได้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมพร้อมรับมือ พายุโซนร้อน “คาจิกิ”
- ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
- เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม
- ตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของบ้านเรือน
- เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา
- หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่ทวีกำลังแรงเป็น “พายุไต้ฝุ่น” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติ
ที่มา – พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทวีกำลังแรงเป็น “พายุไต้ฝุ่น” เตรียมถล่มเวียดนามและภาคเหนือของไทย


