เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด ซึ่งเป็นโครงการดีๆ ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยหลังจากเปิดให้ใช้จ่ายวันแรก บรรยากาศก็คึกคักเป็นอย่างมาก มีประชาชนให้ความสนใจใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังกันอย่างล้นหลาม เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด
เป็นที่ทราบกันดีว่าจากกระแสตอบรับในวันแรกที่ผ่านมา มียอดการทำรายการสูงถึง 13.89 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้เข้าถึงประชาชนได้จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ทางกระทรวงการคลังให้ความสำคัญและกำชับอย่างเข้มงวด คือเรื่องเงื่อนไขการใช้จ่าย โดยมีการประกาศชัดเจนว่า ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถือเป็นการทำผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ หากพบร้านค้าทำผิดกฎระเบียบนี้ จะถูกระงับสิทธิทันทีและต้องมีการเรียกเงินคืนตามกฎหมาย
หลักเกณฑ์สำคัญที่ผู้ใช้สิทธิและร้านค้าต้องรู้
เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เกิดปัญหาในภายหลัง ทั้งร้านค้าและประชาชนควรปฏิบัติตามกฎเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ดังนี้:
- การชำระเงินต้องเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการจริงตามมูลค่าที่สแกนจ่ายเท่านั้น
- ไม่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือทอนเป็นเงินสดได้โดยเด็ดขาด
- ต้องสแกนจ่ายผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น
- สิทธิรัฐร่วมจ่าย 1,000 บาทต่อเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่ทบยอดไปเดือนถัดไป
หลายท่านอาจสงสัยว่านอกจากร้านค้าทั่วไปแล้ว สามารถใช้กับอะไรได้บ้าง? โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถ TAXI-METER, รถตู้ประจำทาง, รถจักรยานยนต์สาธารณะ, รถไฟฟ้า และเรือโดยสารด้วย ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับคนทำงานที่ต้องเดินทางทุกวัน
สุดท้ายนี้ ขอฝากถึงทุกท่านว่าโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด นี้ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ดังนั้นขอความร่วมมือจากทั้งร้านค้าและผู้ใช้งานทุกท่าน ให้ปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้โครงการดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับเศรษฐกิจในภาพรวม หากร่วมมือกันดีแบบนี้ การฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องยากแน่นอนครับ
ที่มา – ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอน “เงินสด” เตือนหากทำผิดจะถูกระงับสิทธิ


