ไทยฮอนด้า ร่วมลงนามข้อตกลงมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 หรือ EV 3.5 พร้อมเดินหน้าพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้า สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2593
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้บริโภคชาวไทยและสภาพแวดล้อมของประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ทำงานร่วมกับภาครัฐมาโดยตลอด
ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา และการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง รวมถึงการเข้าร่วมในมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ระหว่างปี พ.ศ. 2566–2568 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล การลงนามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อพันธกิจดังกล่าว
ฮอนด้ายืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรทุกฝ่าย เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยและประชาชนทั่วโลก
สำหรับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) จะมีผลใช้บังคับในช่วงปี พ.ศ. 2567 – 2570 โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยสิทธิประโยชน์ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
- เงินอุดหนุน
- การลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์สำเร็จรูป
- การลดอัตราภาษีสรรพสามิต
โดยเงินอุดหนุนจะเป็นไปตามประเภทของรถ และขนาดของแบตเตอรี่ สำหรับกรณีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV ราคาไม่เกิน 150,000 บาท ขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh จะได้รับเงินอุดหนุน ระหว่าง 5,000 – 10,000 บาท/คัน โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อมุ่งลดต้นทุนการเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
สำหรับพิธีการลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้ลงนามร่วมกับ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมด้วย นายบัญชร ส่งสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 และนางสุภาพร วัฒนเจริญ ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 3
ไทยฮอนด้า ลงนามเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2
การลงนามในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าให้เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น และเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 นี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 ที่ควรรู้
มาตรการ EV 3.5 นี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการที่ผู้บริโภคควรทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถกระบะ หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รายละเอียดที่ควรรู้มีดังนี้:
- ระยะเวลาของมาตรการ: มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 ถึง 2570 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้
- ประเภทของยานยนต์ที่ครอบคลุม: มาตรการครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น
- สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ: สิทธิประโยชน์ประกอบด้วยเงินอุดหนุน การลดอัตราอากรขาเข้า และการลดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้า
- เงื่อนไขของเงินอุดหนุน: เงินอุดหนุนจะแตกต่างกันไปตามประเภทของรถและขนาดของแบตเตอรี่ ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ
การที่ไทยฮอนด้าเข้าร่วมมาตรการนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า และความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ผู้บริโภคชาวไทย การสนับสนุนจากภาครัฐ และความร่วมมือจากภาคเอกชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคได้อย่างแท้จริง
ด้วยมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 ที่มีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณาการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อีกด้วย
ที่มา – ไทยฮอนด้า ลงนามเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2

