กกต. ยกคำร้อง “ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรค ชี้แค่กินมาม่าไม่เข้าเกณฑ์กฎหมาย ระบุ MOA ปชน.-ภท.จะครอบงำต้องเข้าเกณฑ์ พ.ร.ป.พรรคฯ มาตรา 28 เรื่องนี้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เรามาเจาะลึกรายละเอียดกัน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าในกรณีคำร้องขอให้ยุบ 6 พรรคการเมือง ที่ถูกกล่าวหาว่ายินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำการจัดตั้งรัฐบาล จากกรณีการไปรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
นายทะเบียนพรรคการเมืองได้พิจารณาและมีมติยกคำร้องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามไปยังตัวแทนของทั้ง 6 พรรคการเมือง ได้รับการยืนยันว่าทุกพรรคยังคงความเป็นอิสระและไม่ได้สูญเสียอำนาจในการตัดสินใจตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งการตัดสินใจของ กกต. ในเรื่องกกต. ยกคำร้อง “ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรคสร้างความหลากหลายของมุมมองในสังคม
เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การกระทำที่จะเข้าข่ายการครอบงำตามกฎหมายนั้น จะต้องเป็นการกระทำที่ทำให้พรรคการเมืองขาดความเป็นอิสระอย่างแท้จริง พฤติการณ์ที่แกนนำพรรคไปร่วมรับประทานอาหารหรือพูดคุยกับนายทักษิณนั้น ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานที่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีการครอบงำเกิดขึ้น นอกจากนี้ กกต. ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องกรณีที่นายทักษิณครอบงำพรรคเพื่อไทยอีกหนึ่งคำร้องด้วย
ส่วนกรณีข้อตกลง (MOA) ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงว่า หากเข้าข่ายการครอบงำก็จะต้องพิจารณาตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งต้องอาศัยข้อเท็จจริงประกอบอีกครั้งหนึ่ง
กกต. ยกคำร้อง “ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรค
ประเด็นที่น่าสนใจคือ เกณฑ์ในการพิจารณาว่าการกระทำใดเข้าข่ายการครอบงำพรรคการเมืองนั้นมีความละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป การที่ กกต. ยกคำร้องในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการพบปะพูดคุยหรือการรับประทานอาหารร่วมกันนั้น ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการครอบงำเสมอไป
แต่อย่างไรก็ตาม การที่ กกต. ยังคงพิจารณาคำร้องกรณีที่นายทักษิณครอบงำพรรคเพื่อไทยอยู่นั้น แสดงให้เห็นว่าประเด็นนี้ยังคงเป็นที่จับตามองและต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
ทำไม กกต. ยกคำร้อง “ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรค?
การตัดสินใจยกคำร้องของ กกต. ในครั้งนี้สร้างความแตกต่างในความคิดเห็นของประชาชน หลายคนอาจเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว เพราะเชื่อว่าการพบปะพูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องปกติทางการเมือง และไม่ได้เป็นการครอบงำพรรคการเมืองอย่างแน่นอน
ในขณะที่บางคนอาจไม่เห็นด้วย และมองว่าการกระทำของนายทักษิณอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนก็ตาม ความคิดเห็นที่แตกต่างกันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย
- ความโปร่งใสและความเป็นธรรม: การทำงานของ กกต. ต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
- การตรวจสอบอย่างละเอียด: การพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
- การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด: กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ข้อสรุปจากเหตุการณ์ กกต. ยกคำร้อง “ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรค ทำให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงมีความซับซ้อนและมีหลายแง่มุมที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การตัดสินใจของ กกต. ในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบและพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและติดตามการทำงานของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
การเมืองไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ อีกมากมาย แต่ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เราจะสามารถสร้างสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้
ที่มา – กกต. ยกคำร้อง “ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรค ชี้แค่กินมาม่าไม่เข้าเกณฑ์กฎหมาย


