ความคืบหน้าล่าสุดของคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยว่า มีมติให้สอบสวนเพิ่มเติมใน 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีส้ม กลุ่มไอลอว์ และกลุ่มผู้สมัครที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการในลักษณะเป็นกลุ่มอิสระ โดยเหตุผลสำคัญคือพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการลงมติชี้ขาด
สำหรับ กกต.สั่งสอบเพิ่มคดีฮั้วเลือก สว. 3 สำนวน ถือเป็นขั้นตอนที่สะท้อนว่า คณะกรรมการไต่สวนต้องการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนเสนอเรื่องต่อ กกต. ชุดใหญ่ การดำเนินการดังกล่าวยังไม่ใช่การชี้ว่าผู้ถูกร้องเรียนมีความผิด แต่เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้การพิจารณามีความรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
กกต.สั่งสอบเพิ่มคดีฮั้วเลือก สว. 3 สำนวน
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สำนักงาน กกต. รายงานความคืบหน้าการไต่สวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือก สว. โดย กกต. ชุดใหญ่มีมติให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมใน 3 สำนวนที่ยังค้างอยู่ เนื่องจากข้อมูลและหลักฐานในปัจจุบันยังไม่สามารถนำไปสู่ข้อยุติได้
ทั้ง 3 สำนวนมีประเด็นเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาหลายลักษณะ ได้แก่ การฮั้วเลือก สว. ที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองสีส้มในระดับจังหวัด การฮั้วเลือก สว. ในระดับประเทศของกลุ่มการเมืองสีส้ม และกรณีผู้ถูกกล่าวหาว่าร่วมดำเนินการในรูปแบบกลุ่มอิสระ ประเด็นเหล่านี้มีความละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาและความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้ง
กกต.สั่งสอบเพิ่มคดีฮั้วเลือก สว. เพราะพยานยังให้ข้อมูลไม่ครบ
อุปสรรคหลักของการไต่สวนครั้งนี้มาจากพยานสำคัญรายหนึ่งขอเลื่อนการเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการมาแล้วหลายครั้ง การเลื่อนดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลบางส่วนได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การทำธุรกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัคร สว. กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจอยู่เบื้องหลัง
นอกจากนั้น คณะกรรมการยังต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมหรือกิจกรรมต่าง ๆ ว่าเกิดขึ้นจริงอย่างไร ใครเป็นผู้สนับสนุน และมีการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ การตรวจสอบลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้เอกสารทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อ พยานบุคคล รวมถึงหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถสรุปผลได้จากข้อมูลเพียงด้านเดียว
- ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร สว. กับกลุ่มการเมือง
- สอบถามพยานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม
- ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มาของเงินสนับสนุน
- รวบรวมหลักฐานให้เพียงพอก่อนเสนอ กกต. ชุดใหญ่
การที่พยานสำคัญยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ทำให้กระบวนการไต่สวนต้องใช้เวลามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเร่งรัดโดยไม่เปิดโอกาสให้รวบรวมหลักฐานอย่างครบถ้วน อาจทำให้เกิดข้อสงสัยต่อความเป็นธรรมของกระบวนการ ดังนั้น การสอบสวนเพิ่มเติมจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คณะกรรมการมีข้อมูลประกอบการพิจารณามากที่สุด
คดีฮั้วเลือก สว. ก่อนหน้านี้มีผู้ถูกร้องเรียน 427 ราย
การสั่งสอบเพิ่มใน 3 สำนวนเกิดขึ้นหลังจาก กกต. ชุดใหญ่มีมติชี้ขาดคดีฮั้วเลือก สว. ชุดใหญ่ ซึ่งมีผู้ถูกร้องเรียนทั้งหมด 427 ราย โดย กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญารวม 77 ราย ในจำนวนนี้มี สว. ชุดปัจจุบัน 26 ราย ข้อมูลดังกล่าวทำให้คดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ได้รับความสนใจจากประชาชนและฝ่ายการเมืองอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กกต. มีมติยกคำร้องในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินการต่อได้ ผลการพิจารณานี้นำไปสู่การตั้งคำถามจากภาคประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งเตรียมตรวจสอบการทำงานของ กกต. ในประเด็นความโปร่งใส มาตรฐานการไต่สวน และความสม่ำเสมอในการใช้หลักเกณฑ์กับผู้ถูกร้องเรียนแต่ละกลุ่ม
ในมุมของประชาชน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงผลว่าจะมีผู้ใดถูกดำเนินคดีหรือถูกยกคำร้อง แต่รวมถึงการทำให้สังคมเข้าใจขั้นตอนการทำงานของ กกต. อย่างชัดเจนด้วย เพราะคดีลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองโดยตรง หากการสื่อสารข้อมูลทำได้อย่างเป็นระบบ เปิดเผยเท่าที่กฎหมายอนุญาต และอธิบายเหตุผลของแต่ละมติอย่างชัดเจน ก็จะช่วยลดความสับสนและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้
ด้านผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีควรได้รับโอกาสชี้แจงและนำเสนอหลักฐานอย่างเต็มที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องรักษาความเป็นกลาง ไม่ด่วนสรุปจากกระแสสังคมหรือข้อกล่าวหาที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ การตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานต่าง ๆ ควรดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมคำนึงถึงสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาและประโยชน์สาธารณะไปพร้อมกัน
จากนี้ต้องติดตามว่า พยานสำคัญจะสามารถเข้าให้ถ้อยคำได้เมื่อใด และคณะกรรมการสืบสวนฯ จะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมได้ครบถ้วนเพียงใด ก่อนเสนอผลกลับไปยัง กกต. ชุดใหญ่ ความคืบหน้าแต่ละขั้นตอนอาจส่งผลต่อทิศทางคดี รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือก สว. และการทำงานขององค์กรอิสระ
ข้อสังเกต: การสอบสวนเพิ่มเติมควรเดินหน้าอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะคดีนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ถูกร้องเรียน แต่ยังเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และรอผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินบุคคลใดว่ามีความผิด
ที่มา – กกต.เผยความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว.สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนฝั่งสีส้ม–ไอลอว์


