กกต.เปิดเผยมติการพิจารณาสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหาที่ 3-7 รายบุคคล

กกต.เผยผลไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหา 3-7 รายบุคคล

กกต.เผยผลไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหา 3-7 รายบุคคล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยมติการพิจารณาสำนวนไต่สวนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมีทั้งกรณีที่เห็นควรยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินคดีอาญา และกรณีที่มีมติยกคำร้อง เนื้อหาดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของกระบวนการได้มาซึ่ง สว. และมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า การพิจารณาสำนวนดังกล่าวครอบคลุมข้อกล่าวหาที่ 3 ถึงข้อกล่าวหาที่ 7 โดยพิจารณาเป็นรายบุคคลตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ดังนั้น ผู้ถูกร้องแต่ละรายจึงอาจได้รับผลการพิจารณาที่แตกต่างกัน แม้จะอยู่ในประเด็นหรือกลุ่มข้อกล่าวหาเดียวกันก็ตาม

กกต.เผยผลไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหา 3-7 รายบุคคล

สำหรับข้อกล่าวหาที่ 3 เป็นกรณีเกี่ยวกับการแนะนำตัวที่ไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดย กกต. พิจารณาผู้ถูกร้องหลายกลุ่ม ทั้ง สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ สว. สำรอง ผู้มีสิทธิเลือก สว. รวมถึงบุคคลอื่น

สรุปมติสำคัญจากการพิจารณารายบุคคล

  • กลุ่ม สว. ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง มีผู้ถูกร้อง 137 คน โดยมีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา 26 คน ขณะที่ 107 คนมีมติยกคำร้อง
  • กลุ่ม สว. สำรอง มีผู้ถูกร้อง 1 คน และมีมติยกคำร้อง
  • กลุ่มผู้มีสิทธิเลือก สว. ซึ่งไม่ใช่บุคคลในสองกลุ่มแรก มีผู้ถูกร้อง 2 คน โดยมี 1 คนถูกยื่นคำร้อง และอีก 1 คนได้รับการยกคำร้อง
  • กลุ่มกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีผู้ถูกร้อง 20 คน โดยทั้งหมดได้รับการยกคำร้อง
  • กลุ่มบุคคลอื่น มีผู้ถูกร้อง 15 คน โดย 9 คนถูกยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ส่วน 6 คนได้รับการยกคำร้อง

เมื่อรวมผลการลงมติรายบุคคล กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญารวม 36 คน ส่วนอีก 135 คนมีมติไม่ยื่นคำร้องและยกคำร้อง ผลคะแนนที่พบมีทั้งมติ 6 ต่อ 1 จำนวน 16 คน มติ 5 ต่อ 2 จำนวน 15 คน และมติ 4 ต่อ 3 จำนวน 5 คน สะท้อนว่าคณะกรรมการมีการพิจารณาพยานหลักฐานเป็นรายกรณี ไม่ได้ใช้ผลเดียวกันกับผู้ถูกร้องทุกคน

สำหรับกลุ่มที่มีมติยกคำร้อง พบว่ามีมติเอกฉันท์ 7 คน มติ 6 ต่อ 1 จำนวน 2 คน มติ 5 ต่อ 2 จำนวน 121 คน และมติ 4 ต่อ 3 จำนวน 5 คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงผลการพิจารณาของ กกต. ในชั้นต้น ผู้ที่ถูกยื่นคำร้องยังมีสิทธิต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และยังไม่ควรสรุปว่าบุคคลใดมีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข้อกล่าวหาที่ 4-7 เกี่ยวข้องกับอะไร

นอกจากข้อกล่าวหาที่ 3 แล้ว กกต. ยังเปิดเผยรายละเอียดของข้อกล่าวหาที่ 4 ถึงข้อกล่าวหาที่ 7 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อกล่าวหาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการให้หรือเสนอผลประโยชน์ การเลี้ยงบุคคล การเรียกรับทรัพย์สิน และการกระทำที่อาจมีผลต่อการลงคะแนนเลือก สว.

  • ข้อกล่าวหาที่ 4: เกี่ยวกับการจัดให้ เสนอให้ สัญญาจะให้ หรือจัดเตรียมทรัพย์สินและผลประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินได้แก่บุคคลใด
  • ข้อกล่าวหาที่ 5: เกี่ยวกับการเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงบุคคลใด
  • ข้อกล่าวหาที่ 6: เกี่ยวกับการเรียกหรือรับทรัพย์สินและผลประโยชน์ เพื่อให้บุคคลลงสมัครหรือไม่ลงสมัครรับเลือก โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครรายใด
  • ข้อกล่าวหาที่ 7: เกี่ยวกับการเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกบุคคลใด

ประเด็นสำคัญของข่าว กกต.เผยผลไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหา 3-7 รายบุคคล คือการแยกพิจารณาผู้ถูกร้องตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่การตัดสินความผิดในทันที การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเป็นขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป ขณะที่ผู้ได้รับการยกคำร้องก็ยังควรติดตามรายละเอียดอย่างเป็นทางการ หากมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานใหม่ที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนสามารถติดตามเอกสารและความคืบหน้าจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการนำรายชื่อหรือผลมติบางส่วนไปสรุปว่าเป็นคำพิพากษาแล้ว ทั้งที่กระบวนการทางคดียังต้องดำเนินไปตามขั้นตอน

โดยสรุป กกต.เผยผลไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหา 3-7 รายบุคคล พร้อมตัวเลขมติที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละสำนวน ข่าวนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามการตรวจสอบการเลือก สว. อย่างรอบด้าน ควรอ่านข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการและเคารพสิทธิของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจนกว่าศาลจะมีคำตัดสินถึงที่สุด

หากต้องการเข้าใจประเด็นนี้อย่างถูกต้อง ควรติดตามประกาศจาก กกต. และเอกสารจากศาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ข้อมูล เพื่อร่วมกันสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

ที่มา – กกต.เปิดเผยมติการพิจารณาสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหาที่ 3-7 รายบุคคล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: