เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกง โดยเฉพาะข่าวสารล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อ กมธ.ปปง. เรียก 8 หน่วยงานบริษัทหลักทรัพย์ โยงฟอกเงิน ฉะ “ก.ล.ต.” เปิดช่อง ให้มิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงิน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในตลาดทุนไทยอย่างเร่งด่วน
กมธ.ปปง. เรียก 8 หน่วยงานบริษัทหลักทรัพย์ โยงฟอกเงิน ฉะ “ก.ล.ต.” เปิดช่อง หลังพบช่องโหว่ชัดเจน
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำบัญชีม้าและการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ โดยมีตัวเลขความเสียหายสูงถึง 59 ล้านบาท และมีผู้เสียหายกว่า 393 ราย ทางกรรมาธิการการป้องกัน ปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดจึงต้องเร่งเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 8 แห่งมาร่วมชี้แจงเพื่อหาทางออก
บทสรุปจากมุมมองของ กมธ.ปปง. ต่อกรณีบริษัทหลักทรัพย์ โยงฟอกเงิน ฉะ “ก.ล.ต.” เปิดช่อง อย่างดุเดือด
จากการประชุมพบว่า ปัญหาหลักมาจากความบกพร่องของบุคลากรภายในบริษัทหลักทรัพย์เอง ที่ปล่อยปละละเลยในการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า จนกลายเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มสแกมเมอร์เข้ามาใช้บริการ สิ่งที่น่าผิดหวังคือ:
- ตัวแทนบริษัทที่ถูกร้องเรียนปฏิเสธความรับผิดชอบในการเยียวยาผู้เสียหาย
- ก.ล.ต. ยังขาดมาตรการลงโทษที่มีประสิทธิภาพและมาตรการเชิงรุกในการป้องกันความเสียหาย
- โครงสร้างการตรวจสอบของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยอาจยังไม่เข้มงวดพอ
ทาง กมธ. จึงได้ทำหนังสือจี้ไปยัง ก.ล.ต. ให้เข้ามากำกับดูแลด่วนที่สุด รวมถึงประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคือภัยคุกคามที่ลุกลามไปยังความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยทั้งประเทศ
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า หลังจากที่ กมธ.ปปง. เรียก 8 หน่วยงานบริษัทหลักทรัพย์ โยงฟอกเงิน ฉะ “ก.ล.ต.” เปิดช่อง แล้วนั้น ทางหน่วยงานกำกับดูแลจะมีมาตรการอะไรที่ชัดเจนกว่าเดิมหรือไม่ เพราะทุกบาททุกสตางค์ของนักลงทุนมีค่าและไม่ควรถูกมิจฉาชีพฉกฉวยไปง่ายๆ ด้วยความบกพร่องของระบบที่ควรจะปลอดภัยที่สุด
ที่มา – กมธ.ปปง. เรียก 8 หน่วยงานบริษัทหลักทรัพย์ โยงฟอกเงิน ฉะ “ก.ล.ต.” เปิดช่อง


