“กรณ์” จี้ “กลต.-ปปง.” ชี้แจง ปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้น “BCBG” หนี เป็นประเด็นร้อนในวงการตลาดทุนไทยที่กำลังสร้างความฮือฮา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวอย่างดุเดือด เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์อย่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ชี้แจงกรณีปล่อยให้กองทุน Capital Asia Investments (CAI) ขายหุ้นบริษัท BCBG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบางจาก ออกไปเกือบทั้งหมด โดยไม่มีการตรวจสอบหรืออายัดทรัพย์สินให้ทันท่วงที
“กรณ์” จี้ “กลต.-ปปง.” ชี้แจง ปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้น “BCBG” หนี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวใหญ่จากสิงคโปร์ ที่สถาบันการเงินสิงคโปร์ (MAS) และตำรวจสิงคโปร์ (SPF) กวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ จับกุมผู้บริหารระดับสูงของ CAI 2 ราย และอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับการปั่นหุ้นและฟอกเงินในตลาดทุนไทย แต่ฝั่งไทยกลับเงียบกริบ ไม่มีแอคชั่นใดๆ ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เตือนมาตั้งแต่ปี 2568
สิงคโปร์ลงมือจับแล้ว ไทยยังนิ่งเฉย
นายกรณ์ชี้ว่ากองทุน CAI เคยถือหุ้น BCBG กว่า 16 ล้านหุ้น หรือ 5.62% แต่กลต.และปปง.ไม่ขยายผลตรวจสอบ จนปล่อยให้ขายหุ้นหนีไปได้ แม้ปปง.จะมีคำสั่งอายัดหุ้นบางจากแล้วก็ตาม นี่คือช่องโหว่ใหญ่ที่ทำให้เงินทุนเทา สแกมเมอร์ที่หลอกลวงคนไทยปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ไหลผ่านตลาดหุ้นไทยได้ง่ายดาย สิงคโปร์พิสูจน์แล้วว่า CAI มีเอี่ยวปั่นหุ้นไทย แต่ไทยกลับไม่ทำอะไร
ตามกฎหมายไทย ผู้ถือหุ้นเกิน 5% ต้องรายงานกลต. แต่ CAI ขายหุ้นขนาดนี้โดยไม่รายงาน กลต.ปล่อยผ่านอย่างไร? นายกรณ์ตั้งคำถามหนักๆ ถึงรัฐบาลว่า มีอุปสรรคอะไร หรือเกรงใจใคร? โดยเฉพาะบุคคลสำคัญในรัฐบาลและพรรคร่วมที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงกรณี MOU สแกนม่านตาของดีอี ที่ DSI ชี้บริษัทคู่สัญญาเชื่อม CAI
- กลต.และปปง.ไม่ขยายผลตรวจสอบหุ้นอื่นที่ CAI ถือ
- ปล่อยขายหุ้น BCBG หนี ก่อนสิงคโปร์จับ
- CAI ยังถือหุ้นตัวอื่นใน SET อีกหลายตัว
- คนไทยเสียหาย ไม่ได้ทรัพย์คืน
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทยและตลาดทุน
ประเด็น “กรณ์” จี้ “กลต.-ปปง.” ชี้แจง ปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้น “BCBG” หนี ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่กระทบความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทยโดยตรง นักลงทุนรายย่อยที่ซื้อหุ้นตามกระแสปั่น อาจขาดทุนหนัก ขณะที่เงินสแกมไหลออกนอกประเทศ สร้างความเสียหายมหาศาล พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะติดตามต่อ รอคำชี้แจงจาก 2 หน่วยงาน หากไม่ชัดเจน จะดำเนินการทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นน่าสงสัย เช่น ผู้ลงนามสัญญาดีอีที่ปัจจุบันเป็นประธานกลต. ทำให้สังคมตั้งคำถามว่ารัฐบาลจริงจังกับทุนเทาหรือไม่? ตลาดทุนไทยควรเป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือสนับสนุนการลงทุนที่โปร่งใส?
ในมุมนักลงทุน มองว่านี่คือสัญญาณเตือน ควรตรวจสอบผู้ถือหุ้นใหญ่ก่อนซื้อหุ้น และติดตามข่าวจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากกลุ่มทุนเทา
สุดท้าย พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าจะสู้ต่อเพื่อปกป้องผลประโยชน์คนไทย นักลงทุนทุกท่านควรเรียกร้องให้กลต.และปปง.เร่งดำเนินการ และแสดงความเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
ที่มา – “กรณ์” จี้ “กลต.-ปปง.” ชี้แจง ปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้น “BCBG” หนี


