กรมธุรกิจพลังงาน จับคอกน้ำมัน สระบุรี สร้างความฮือฮาในแวดวงพลังงาน เมื่อกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บุกจับคอกน้ำมันเถื่อน 3 แห่งในจังหวัดสระบุรี พบการกักตุนน้ำมันดีเซลและเบนซินจำนวนมาก รวมกว่า 31,299 ลิตร ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง กรมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภคและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในตลาด
กรมธุรกิจพลังงาน จับคอกน้ำมัน สระบุรี: แดชบอร์ดติดตามปริมาณน้ำมันดิบ
ก่อนหน้าการจับกุมดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับแดชบอร์ดระบบติดตามปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่โรงกลั่นในประเทศไทย ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และโรงกลั่นต้องรายงานข้อมูลทุกวัน ข้อมูลล่าสุดตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พบว่าน้ำมันดิบนำเข้าจากแหล่งต่างๆ ดังนี้
- ตะวันออกกลาง 53%
- ตะวันออกไกล 11%
- ผลิตในประเทศ 9%
- สหรัฐอเมริกาและอเมริกาตะวันออก รวม 27%
น้ำมันดิบเหล่านี้เข้าสู่โรงกลั่น สามารถกลั่นเป็นดีเซลพื้นฐาน (B0) ได้ 65.12 ล้านลิตร โดยยังไม่ได้ผสมไบโอดีเซล ปัจจุบันสต็อกดีเซลพื้นฐานทั่วประเทศอยู่ที่ 868 ล้านลิตร และเบนซินพื้นฐาน 408 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของตลาด
การกระจายน้ำมันดีเซลจากถังเก็บ
น้ำมันดีเซลพื้นฐานจากถังเก็บแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ส่วนที่ 1: จำหน่ายให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว ประมาณ 3.024 ล้านลิตร
- ส่วนที่ 2: ขายให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 สำหรับอุตสาหกรรม เช่น ไฟฟ้าและก่อสร้าง 2.04 ล้านลิตร
- ส่วนที่ 3: ผลิตไบโอดีเซล B7 และ B100 รวม 90.7 ล้านลิตร สต็อกรวม 43 ล้านลิตร
จากนั้นน้ำมันพร้อมจำหน่ายถูกส่งไปยังสถานีบริการน้ำมัน ภาคอุตสาหกรรม และราชการ โดยใช้รถบรรทุก รถไฟ และเรือ ส่งไปคลังภูมิภาคและจ๊อบเบอร์ 7.28 ล้านลิตร ผู้ค้ามาตรา 7 ส่งสถานีบริการ 78.964 ล้านลิตร แสดงให้เห็นว่าการกระจายน้ำมันมีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหาขาดแคลน
รายละเอียดการจับคอกน้ำมัน สระบุรี 3 คอก
กรมธุรกิจพลังงาน จับคอกน้ำมัน สระบุรี เกิดขึ้นหลังได้รับเบาะแส โดยร่วมกับดีเอสไอ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 บุกตรวจคอกน้ำมันเถื่อนในตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี หมู่ 7, 10 และ 11 พบดังนี้
ปริมาณน้ำมันในแต่ละคอก
- คอกที่ 1: น้ำมันดีเซล 7,840 ลิตร
- คอกที่ 2: น้ำมันดีเซล 3,859 ลิตร + 600 ลิตร
- คอกที่ 3: น้ำมันดีเซล 8,000 ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 7,000 ลิตร, E20 2,000 ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 2,000 ลิตร
รวมทั้งหมด 31,299 ลิตร ซึ่งเป็นการกักตุนและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน จะดำเนินการตรวจสอบและฟ้องร้องผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด
ความสำคัญของการปราบปรามการกักตุนน้ำมัน
การกักตุนน้ำมันเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาด ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน การที่กรมธุรกิจพลังงาน จับคอกน้ำมัน สระบุรี แสดงถึงความเด็ดขาดของหน่วยงานรัฐในการรักษาความเป็นธรรมในตลาดพลังงาน สต็อกน้ำมันที่มีมากพอช่วยยืนยันว่าไม่มีวิกฤตขาดแคลน แต่ต้องปราบปรามผู้ไม่หวังดี
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การใช้แดชบอร์ดดิจิทัลช่วยเพิ่ม transparency ทำให้ติดตาม supply chain ได้แบบเรียลไทม์ ลดช่องโหว่การทุจริต หากประชาชนพบพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น คอกน้ำมันเถื่อนหรือราคาผิดปกติ ควรแจ้งเบาะแสทันทีที่กรมธุรกิจพลังงาน เพื่อช่วยกันรักษาเสถียรภาพ
คำแนะนำ: ติดตามข่าวสารพลังงานจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และประหยัดน้ำมันด้วยการใช้วิธีขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันหรือกฎหมายพลังงาน สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงานได้เลย
ที่มา – “กรมธุรกิจพลังงาน” เผย ร่วมมือดีเอสไอ จับคอกน้ำมัน สระบุรี 3 คอก กักตุนดีเซล – เบนซิน


