กระทรวงพาณิชย์ บุกจีน เร่งปิดดีลข้าวจีทูจีคงค้าง 2.8 ล้านตัน พร้อมเสนอยอดใหม่ 5 แสนตัน

กระทรวงพาณิชย์บุกจีนปิดดีลข้าวจีทูจีค้าง 2.8แสนตัน

กระทรวงพาณิชย์บุกจีน เร่งปิดดีลข้าวจีทูจีคงค้าง 2.8 ล้านตัน พร้อมเสนอยอดใหม่ 5 แสนตัน เป็นข่าวดีสำหรับวงการข้าวไทยที่กำลังมองหาตลาดส่งออกหลัก กรมการค้าต่างประเทศได้นำคณะผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจากับ COFCO Corporation รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตรของจีน โดยมุ่งเน้นการเร่งรัดการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ที่ค้างอยู่กว่า 280,000 ตัน จากสัญญาเดิม 1 ล้านตัน นอกจากนี้ ยังเสนอให้เพิ่มการนำเข้าอีก 220,000 ตัน รวมเป็น 500,000 ตัน เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน

กระทรวงพาณิชย์บุกจีน เร่งปิดดีลข้าวจีทูจีคงค้าง 2.8 ล้านตัน พร้อมเสนอยอดใหม่ 5 แสนตัน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเยือนจีนระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2568 ว่าคณะไทยได้หารืออย่างเข้มข้นกับผู้บริหาร COFCO เพื่อแก้ไขสัญญาที่ค้างชายังไม่เสร็จสิ้น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยไทยหวังว่าการปิดดีลนี้จะช่วยกระตุ้นการส่งออกข้าวไทยสู่ตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดอันดับต้นๆ ของเรา การเพิ่มยอดนำเข้าใหม่นี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ แต่ยังช่วยลดภาระสต็อกข้าวในประเทศและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยอีกด้วย

ความร่วมมือด้านการตลาดและการปกป้องแบรนด์ข้าวไทย

นอกจากการเจรจาด้านปริมาณแล้ว คณะไทยยังได้พูดคุยถึงแผนความร่วมมือด้านการตลาด โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดกิจกรรมโปรโมทข้าวไทยในจีน เช่น การจัดนิทรรศการและแคมเปญประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้จักคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศยังเข้าพบสำนักงานบริหารการกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) เพื่อหารือแนวทางการปกป้องการค้าข้าวไทย ไทยได้นำเสนอข้อมูลมาตรฐานข้าวไทย การจดทะเบียนเครื่องหมาย GI สำหรับข้าวหอมมะลิ และวิธีตรวจสอบความแท้ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง SAMR ยืนยันความพร้อมให้ความช่วยเหลือ หากไทยพบการละเมิดสิทธิ์ สามารถแจ้งเพื่อดำเนินการทันที

การเยือนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงพาณิชย์ในการขยายตลาดข้าวไทย โดยเฉพาะจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญ สถิติการส่งออกข้าวไทยไปจีนในปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม) อยู่ที่ 406,720 ตัน มูลค่า 6,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.09% ในปริมาณและ 61.24% ในมูลค่า เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยข้าวขาวครองสัดส่วน 57.90% ข้าวเหนียว 27.80% และข้าวหอมมะลิ 12.08% แสดงถึงความต้องการที่หลากหลายในตลาดจีน

ประโยชน์ต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจไทย

กระทรวงพาณิชย์บุกจีน เร่งปิดดีลข้าวจีทูจีคงค้าง 2.8 ล้านตัน พร้อมเสนอยอดใหม่ 5 แสนตัน จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการรองรับผลผลิตข้าวไทยปีละกว่า 30 ล้านตัน ซึ่งส่วนหนึ่งมักเผชิญปัญหาสต็อกล้นตลาด การมีสัญญา G2G ที่มั่นคงจะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนและห่วงโซ่อุปทานข้าวทั้งประเทศ ในยุคที่การค้าโลกเผชิญความท้าทายจากสงครามการค้าและโควิด การเสริมสร้างพันธมิตรกับจีนจึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด

  • เร่งรัดสัญญาค้าง 280,000 ตัน เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาส
  • เสนอเพิ่ม 220,000 ตัน สร้างดีลใหม่ฉลอง 50 ปีไทย-จีน
  • ความร่วมมือการตลาด เพิ่มการรับรู้แบรนด์ข้าวไทย
  • ปกป้องสิทธิ์ ป้องกันการปลอมแปลงในตลาดจีน

จากสถิติเฉลี่ยปีละ 400,000-500,000 ตัน แสดงว่าตลาดจีนมีศักยภาพมหาศาล หากไทยสามารถปิดดีลนี้ได้สำเร็จ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตลาดในอนาคต โดยเฉพาะข้าวคุณภาพสูงอย่างหอมมะลิที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังวางรากฐานความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมข้าวไทย หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้สนใจส่งออก ลองติดตามพัฒนาการข่าวนี้และเตรียมตัวสำหรับโอกาสใหม่ๆ ที่จะตามมา สนับสนุนข้าวไทยให้ดังไกลระดับโลกกันเถอะ!

ที่มา – กระทรวงพาณิชย์ บุกจีน เร่งปิดดีลข้าวจีทูจีคงค้าง 2.8 ล้านตัน พร้อมเสนอยอดใหม่ 5 แสนตัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: