“กัปตันตุ้ย” อดีตนักบินขับไล่ เชียร์ “กองทัพอากาศ” จบเกมรบ “กัมพูชา” ย้ำ 3 ยุทธวิธี “เร็ว-รุนแรง-เด็ดขาด” หนุนสาน 3 เหล่าทัพ ยึดจุดสำคัญก่อนเจรจา คาดรู้ผลก่อนสิ้นปีนี้
นาวาอากาศตรี ดร. ปุญณัฐส์ นำพา หรือ กัปตันตุ้ย รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) อดีตนักบินขับไล่ประจำการ กองบิน 21 อุบลราชธานี วิเคราะห์ถึงยุทธศาสตร์การใช้กำลังทางอากาศของกองทัพอากาศไทยเพื่อรักษาอธิปไตยไทยในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในการสู้รบ ผู้ใดครองอากาศได้ ผู้นั้นจะชนะ ดังนั้นยุทธศาสตร์ที่กองทัพอากาศไทยใช้ถูกต้องเหมาะสม ทั้งในมิติของขนาดกำลังพลและศักยภาพอาวุธที่นำมาใช้ เพราะหัวใจสำคัญของกองทัพอากาศคือ การรุกเข้าไปในพื้นที่และทำลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญของฝ่ายตรงข้าม เพื่อตัดแหล่งเสบียงหรือคลังแสงของกองทัพกัมพูชา
กัปตันตุ้ยยังกล่าวว่า กองทัพอากาศทำงานร่วมกับกองทัพบกและกองทัพเรือให้เข้มข้น เพื่อเร่งปฏิบัติการให้รวดเร็ว เด็ดขาด และรุนแรงยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวมองว่า การสู้รบต้องจบภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้ความขัดแย้งยุติลงโดยเร็วที่สุด เพราะความสูญเสียมีค่าสูง ทั้งชีวิตพลทหาร เศรษฐกิจ สังคม และขวัญกำลังใจของประชาชนที่เป็นสิ่งสำคัญ
เบรกต้องใช้อาวุธอย่างรอบคอบ
นาวาอากาศตรี ดร. ปุญณัฐส์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า กองทัพอากาศไทยมีความรุนแรงและมีอำนาจทำลายล้างสูง แต่การใช้ยุทธวิธีจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าทำตามเสียงเชียร์ของสังคมให้ใช้กำลังเกินความจำเป็น โดยต้องยึดถือกฎของการปะทะและกฎการทำสงครามเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพลเรือน มุ่งเป้าหมายการโจมตีจำกัดที่กำลังทหารแนวหน้า หรือจุดยุทธศาสตร์เท่านั้น ส่วนของยุทธศาสตร์ในการสู้รบที่เข้ายึดพื้นที่จุดยุทธศาสตร์แล้วค่อยเปิดฉากเจรจา ช่วยให้มั่นใจได้ว่า ข้าศึกจะไม่กลับเข้ามาในพื้นที่ของเราอีก และนี่ไม่ใช่การรุกล้ำอธิปไตย แต่เป็นการทำลายจุดยุทธศาสตร์ที่ขยายออกไปไกลกว่าแนวสมรภูมิ เพื่อใช้เป็นแต้มต่อสำคัญในการเจรจาอย่างราบรื่นต่อไป
รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวด้วยว่า กองทัพอากาศไทยเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ เพราะไม่ได้มีเพียงเครื่องบินขับไล่ F-16 หรือเครื่องบินรบกริพเพน แต่ยังรวมถึงเฮลิคอปเตอร์สำหรับภารกิจกู้ชีพนักบิน (Air Evacuation) กรณีที่เครื่องบินของไทยถูกยิงตก และเครื่องบินตรวจการณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำการถ่ายภาพทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งข้อมูลให้ศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศออกคำสั่งในการสู้รบ กองกำลังทางอากาศของกัมพูชาไม่มีอำนาจต่อกรกับกองทัพอากาศไทย เพราะไม่มีเครื่องบินสกัดกั้น ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปใช้โดรนซึ่งต้องพึ่งพาทหารรับจ้างในการควบคุม ทั้งนี้กองทัพอากาศไทยมีการเตรียมรับมือด้วยอาวุธลับบางอย่าง เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบทางอากาศได้ นาวาอากาศตรี
กัปตันตุ้ยเชียร์! กองทัพอากาศ จบเกมรบกัมพูชา
จากกรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้หลายฝ่ายจับตาบทบาทของกองทัพอากาศไทยอย่างใกล้ชิด ล่าสุด “กัปตันตุ้ย” อดีตนักบินขับไล่ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจกองทัพอากาศในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ยุทธวิธีที่รวดเร็ว รุนแรง และเด็ดขาด เพื่อจบเกมรบโดยเร็วที่สุด
มุมมองของกัปตันตุ้ย ต่อการปฏิบัติการของกองทัพอากาศ
กัปตันตุ้ยมองว่ายุทธศาสตร์ที่กองทัพอากาศไทยใช้อยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้ว โดยเน้นการรุกเข้าไปทำลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญของฝ่ายตรงข้าม เพื่อตัดกำลังและลดศักยภาพในการสู้รบ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 เหล่าทัพ เพื่อให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ กัปตันตุ้ยยังเตือนถึงความสำคัญของการใช้อาวุธอย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยยึดถือกฎของการปะทะและกฎการทำสงครามอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพลเรือน และจำกัดเป้าหมายการโจมตีเฉพาะที่กำลังทหารแนวหน้าหรือจุดยุทธศาสตร์เท่านั้น
ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ: ยึดจุดสำคัญก่อนเจรจา
กัปตันตุ้ยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการยึดพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ก่อนเปิดฉากเจรจา ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่สามารถกลับเข้ามาในพื้นที่ของเราได้อีก และเป็นการสร้างแต้มต่อที่สำคัญในการเจรจาต่อรอง
สิ่งที่กองทัพอากาศไทยมีมากกว่าที่คิด คือศักยภาพที่ไม่ได้มีเพียงเครื่องบินรบ แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีและยุทธวิธีที่ทันสมัย ซึ่งสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศได้เป็นอย่างดี แม้ว่ากัมพูชาจะมีการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีมาใช้โดรน แต่กองทัพอากาศไทยก็มีการเตรียมพร้อมรับมือด้วยอาวุธลับบางอย่าง เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การที่ “กัปตันตุ้ย” อดีตนักบินขับไล่ออกมาเชียร์ “กองทัพอากาศ” จบเกมรบ “กัมพูชา” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของกองทัพอากาศไทยในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของกองทัพอากาศ รวมถึงทุกเหล่าทัพที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ เพื่อรักษาความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ
ที่มา – “กัปตันตุ้ย” อดีตนักบินขับไล่ เชียร์ “กองทัพอากาศ” จบเกมรบ “กัมพูชา” ยึดจุดสำคัญก่อนเจรจา

