ในสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ล่าสุด กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44 ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนกำลังจับตามอง วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นเพราะอะไร และจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อทั้งสองประเทศ
กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินการตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เพื่อหาทางออกข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลกับไทย หลังจากที่ไทยได้ถอนตัวจาก MOU 44 อย่างเป็นทางการ
ในโพสต์นั้น ฮุน มาเนต ระบุว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา MOU44 ได้เป็นกรอบการทำงานทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับในการจัดการพื้นที่ทับซ้อน แต่การถอนตัวฝ่ายเดียวของไทย ทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ากลไกนี้จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายหาข้อยุติที่ยุติธรรมและยั่งยืน
UNCLOS และกลไกไกล่เกลี่ยโดยบังคับคืออะไร
UNCLOS หรือ United Nations Convention on the Law of the Sea เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่กำหนดกฎเกณฑ์การใช้ทะเลทั่วโลก ไทยเป็นภาคีสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2535 ส่วนกัมพูชาเข้าร่วมปี 2552 กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” อยู่ภายใต้มาตรา 298 ซึ่งเป็นกระบวนการที่รัฐภาคีสามารถบังคับให้อีกฝ่ายเข้าร่วมการไกล่เกลี่ย โดยคณะกรรมการจะให้คำแนะนำที่ไม่ผูกมัด แต่ช่วยเป็นพื้นฐานในการเจรจาต่อไป
นี่ไม่ใช่การฟ้องร้อง แต่เป็นการไกล่เกลี่ยที่เน้นสันติวิธี เหมาะสำหรับข้อพิพาทที่ไม่ใช่เขตแดนชัดเจนอย่างพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย (Overlapping Claims Area – OCA) ซึ่งมีศักยภาพน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูง
ประวัติ MOU44 และเหตุผลที่ไทยถอนตัว
MOU44 หรือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ลงนามเมื่อ 18 มิถุนายน 2544 เพื่อร่วมสำรวจและพัฒนาทรัพยากรโดยไม่กระทบอธิปไตย ไทยเคยใช้กรอบนี้สำรวจร่วมกัน แต่ล่าสุดรัฐบาลไทยภายใต้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถอนตัวเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2567 โดยอ้างว่ามันไม่ใช่สนธิสัญญา และไทยไม่ยอมรับเส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้างจากศาลโลกปราสาทพระวิหาร
การถอนตัวนี้ทำให้กัมพูชาไม่พอใจ และหันไปใช้ UNCLOS แทน ซึ่งอาจนำไปสู่การไกล่เกลี่ยที่ไทยต้องตอบสนอง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับไทย กลไกนี้ไม่ผูกมัดทางกฎหมาย แต่ถ้าปฏิเสธ อาจเสียภาพลักษณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และเปิดช่องให้กัมพูชาไปยื่นศาลอื่น นอกจากนี้ พื้นที่ OCA มีน้ำมันประมาณ 3,000 ล้านบาร์เรล และก๊าซ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญ
- ข้อดี: ช่วยลดความตึงเครียด เปิดโอกาสเจรจาใหม่
- ข้อเสีย: อาจเสียเปรียบถ้ากรรมการเอนเอียง และยืดเยื้อเวลา
- ทางเลือกไทย: เจรจาทวิภาคีใหม่ หรือยื่น ICJ
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการใช้กลไกสันติวิธีแบบนี้เป็นทางออกที่ดีกว่าปะทะกัน แต่ไทยควรเตรียมข้อมูลทางกฎหมายให้ดี
ในมุมมองของผม การที่ กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในกฎหมายโลก แต่ทั้งสองฝ่ายควรกลับมาเจรจาด้วยความจริงใจ เพื่อประโยชน์ประชาชนทั้งสองชาติ คุณคิดว่าควรแก้ปัญหานี้อย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ต่อไป!
ที่มา – กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44


