ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ข่าวสารมักแพร่กระจายเร็วกว่าแสง ล่าสุดมีประเด็นน่าสนใจจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา เมื่อกัมพูชาเตือนประชาชนอย่าเชื่อข้อมูลบน Facebook-TikTok เนื่องจากมองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่สื่อมวลชนวิชาชีพจริงๆ
ทำไมกัมพูชาเตือนประชาชนอย่าเชื่อข้อมูลบน Facebook-TikTok
การออกมาเคลื่อนไหวของกระทรวงข้อมูลข่าวสารกัมพูชาครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับมือกับปัญหาข่าวปลอม (Fake News) โดยนายเทพ อัสนาริธ โฆษกกระทรวงฯ ย้ำชัดว่าโซเชียลมีเดียในปัจจุบันเปิดกว้างให้ใครก็ได้สร้างบัญชีและเผยแพร่คอนเทนต์ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นมักไม่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหลักจริยธรรมสื่อ
ข้อแตกต่างระหว่างสื่อวิชาชีพกับโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน
จริงอยู่ที่โซเชียลมีเดียมีประโยชน์มหาศาล ทั้งในด้านบันเทิง การค้า และการติดต่อสื่อสาร แต่ปัญหาก็คือผู้ใช้งานทั่วไปมักไม่มีทักษะในการทำข่าว หรือไม่มีการตรวจสอบแหล่งที่มา ข้อมูลที่เห็นจึงอาจเป็นไปได้ทั้งเรื่องจริงและเรื่องเท็จ ในขณะที่สื่อมวลชนวิชาชีพจะทำงานผ่านกระบวนการบรรณาธิการ เพื่อให้แน่ใจว่าข่าวที่ออกไปนั้นแม่นยำ ตรงไปตรงมา และรับผิดชอบต่อสังคม
- สื่อวิชาชีพ: ต้องผ่านการตรวจสอบจากบรรณาธิการและยืนยันข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
- Facebook และ TikTok: เน้นความรวดเร็วและกระแสเป็นหลัก ทำให้การบิดเบือนข้อมูลเกิดขึ้นได้ง่าย
ด้วยสถิติผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในกัมพูชากว่า 15 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้งาน Facebook สูงถึง 59% และ TikTok ประมาณ 35% ทำให้ทางการกัมพูชาต้องเร่งปรับทัศนคติให้คนรุ่นใหม่หันมาพิจารณาที่มาของข้อมูลก่อนแชร์ต่อ เพื่อลดความสับสนและปัญหาความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นในสังคม
ในฐานะผู้ใช้งาน เราควรตั้งสติก่อนเชื่อทุกครั้งที่ไถหน้าจอ โดยมองว่าข้อมูลที่น่าเชื่อถือควรมาจากสื่อที่มีตัวตน หรือหน่วยงานทางการที่ยืนยันได้ การฝึกเป็นผู้บริโภคสื่อที่มีวิจารณญาณจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในโลกออนไลน์ยุคนี้ สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เตือนใจเราได้ดีว่าการกัมพูชาเตือนประชาชนอย่าเชื่อข้อมูลบน Facebook-TikTok เป็นบทเรียนให้เราตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยอดแชร์ทุกครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของสังคมออนไลน์ของเราครับ
ที่มา – กัมพูชาเตือนประชาชนอย่าเชื่อข้อมูลบน Facebook-TikTok ระบุไม่ใช่สื่อวิชาชีพ ข้อมูลไม่ผ่านการตรวจสอบ
