กานาควรได้จุดโทษในเกมเจอกับอังกฤษหรือไม่?
จบลงไปแล้วกับเกมที่สร้างความอึดอัดให้กับแฟนบอลทรีไลอ้อนส์ หลังทีมชาติอังกฤษทำได้เพียงเสมอแบบไร้สกอร์กับทีมชาติกานา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า กานาควรได้จุดโทษในเกมเจอกับอังกฤษหรือไม่? โดยเฉพาะจังหวะปัญหาในช่วงท้ายเกมที่ Prince Adu พาบอลตะลุยเข้าเขตโทษและถูก Ezri Konsa เข้าปะทะจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินกลับนิ่งเฉย ทำเอาแฟนบอลฝั่งอังกฤษหายใจทั่วท้องไปตามๆ กัน
หากย้อนดูภาพช้าจะเห็นได้ชัดเจนว่า Konsa เข้าสกัดพลาดและไปโดนที่หัวเข่าของ Adu แทนที่จะเป็นลูกบอล ซึ่งจังหวะนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่เหล่ากูรูดังอย่าง Wayne Rooney และ Micah Richards ต่างออกความเห็นตรงกันว่า ในฐานะนักเตะมองว่าเป็นลูกฟาวล์ที่ก้ำกึ่งมาก และบนพื้นฐานของฟุตบอลสมัยใหม่ จังหวะที่กองหลังพุ่งเสียบแบบลอยตัวและเข้าไม่โดนบอลนั้น หากผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรเลย
ทำไมไม่มีการตรวจสอบ VAR ในจังหวะที่กานาควรได้จุดโทษในเกมเจอกับอังกฤษ?
หลายคนตั้งคำถามว่าในยุคที่มีเทคโนโลยีระดับสูง ทำไม VAR ถึงไม่เข้ามาแทรกแซง? คำตอบอาจอยู่ที่นโยบายของ Pierluigi Collina ประธานฝ่ายผู้ตัดสินของ FIFA ที่ต้องการให้เกมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและลดการหยุดชะงัก เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและสร้างมาตรฐานการตัดสินที่สูงขึ้น ทำให้การเข้ามาของ VAR ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ถูกจำกัดให้เหลือเพียงกรณีที่ชัดเจนที่สุดเท่านั้น
มุมมองจากอดีตผู้ตัดสินต่อการตัดสินใจเรื่อง กานาควรได้จุดโทษในเกมเจอกับอังกฤษ?
Darren Cann อดีตผู้ช่วยผู้ตัดสินฟุตบอลโลก 2010 ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ถึงแม้ในฐานะแฟนบอลอังกฤษเขาจะดีใจที่สุดท้ายไม่ได้จุดโทษ แต่หากมองด้วยความเป็นกลาง นี่คือจังหวะที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด กานาควรได้จุดโทษในเกมเจอกับอังกฤษหรือไม่? เขาตอบอย่างชัดเจนว่าการที่ Konsa พุ่งเข้าหาตัวผู้เล่นโดยไม่ได้สัมผัสบอลเลย และมีท่าทีที่เสียการควบคุมจนทำให้คู่แข่งล้มลงนั้น ตามกติกาควรจะเป็นลูกที่ต้องเป่าจุดโทษเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เล่นฝ่ายรุก
- จังหวะปะทะ: การเข้าปะทะของ Konsa โดนเข่าของ Adu อย่างจัง
- ความเห็นกูรู: อดีตนักเตะระดับตำนานหลายคนเห็นตรงกันว่าจังหวะนี้เสี่ยงต่อการเสียจุดโทษ
- นโยบาย VAR: การปรับเปลี่ยนกฎการแทรกแซงทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในจังหวะก้ำกึ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว ฟุตบอลคือเกมแห่งความผิดพลาดและการตีความ แม้ว่าทีมชาติอังกฤษจะรอดพ้นจากการเสียจุดโทษมาได้ในครั้งนี้ แต่นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับฝ่ายจัดการแข่งขันว่า การตัดสินในระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่นั้นควรมีมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดคำถามคาใจแฟนบอลทั่วโลกในอนาคต
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

