เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามเวลาขับรถเข้าปั๊มว่า ทำไมราคาน้ำมันถึงลดลงช้าเสียเหลือเกิน ในขณะที่ข่าวรายงานตลอดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงแล้ว วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกับประเด็น กูรูสิงคโปร์แจง ทำไมราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงช้า แม้ราคาน้ำมันดิบลดแล้ว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่เฉพาะแค่ในประเทศเพื่อนบ้านของเราเท่านั้น
เข้าใจปรากฏการณ์ จรวดกับขนนก: ทำไมราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงช้า แม้ราคาน้ำมันดิบลดแล้ว
นักวิเคราะห์จากสิงคโปร์ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์ทางเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจอย่าง ‘Rocket and feathers’ หรือ ‘จรวดกับขนนก’ ซึ่งเป็นคำตอบชัดเจนว่าทำไมราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงช้า แม้ราคาน้ำมันดิบลดแล้ว โดยอธิบายได้ดังนี้:
- ขาขึ้นเหมือนจรวด (Rocket): เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ผู้ค้าปลีกจะรีบปรับราคาน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นทันที เพื่อให้คุ้มกับต้นทุนสต็อกรอบใหม่ที่แพงขึ้น
- ขาลงเหมือนขนนก (Feathers): เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันหน้าปั๊มกลับค่อยๆ ลดลงอย่างเชื่องช้า เพราะผู้ประกอบการต้องรอดูสถานการณ์ให้แน่ใจก่อน เพื่อรักษาผลกำไรและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน
ปัจจัยซ่อนเร้นที่ราคาหน้าปั๊มไม่ได้บอกเรา
นอกจากปรากฏการณ์ข้างต้นแล้ว ยังมีเหตุผลสำคัญอื่นๆ ที่ทำให้เรายังเห็นราคาน้ำมันหน้าปั๊มสูงอยู่เสมอ ได้แก่:
- ราคาน้ำมันสำเร็จรูป (Refined fuel): ราคาที่เราจ่ายจริงไม่ได้อ้างอิงจากน้ำมันดิบโดยตรง แต่ผูกติดอยู่กับตลาดค้าส่งน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งมีความผันผวนและปัจจัยขับเคลื่อนที่ต่างออกไป
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ราคาหน้าปั๊มต้องบวกเพิ่มด้วยภาษี ค่าขนส่ง และค่าการตลาดท้องถิ่น ทำให้ราคาไม่สามารถลดลงได้เท่ากับราคาน้ำมันดิบแบบ 1 ต่อ 1
- ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์: แม้ราคาน้ำมันดิบจะลดลงบ้าง แต่สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังคงกดดันให้ผู้ค้าปลีกต้องรักษาส่วนต่างราคาไว้เพื่อความปลอดภัยทางธุรกิจ
ผู้เชี่ยวชาญจาก Oxford Economics คาดการณ์ว่า เราอาจต้องรอจนถึงช่วงต้นปี 2570 กว่าราคาน้ำมันจะกลับสู่ระดับปกติอย่างเต็มรูปแบบ หากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลงและซัพพลายน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ขับขี่ในยุคนี้ การวางแผนเดินทางหรือหันไปพิจารณารถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ดีที่สุดครับ
ที่มา – กูรูสิงคโปร์แจง ทำไมราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงช้า แม้ราคาน้ำมันดิบลดแล้ว


