คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเข้าร่วมการเจรจาสำคัญกับสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสื่อชั้นนำอย่าง BBC ที่รายงานอย่างละเอียด
คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด
วันที่ 11 เมษายน 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า คณะผู้แทนระดับสูงจากอิหร่าน นำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานเรียบร้อยแล้ว การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าร่วมการเจรจาระดับสูงกับคณะผู้แทนจากสหรัฐอเมริกา โดยปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เป็นกลางในการจัดการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากมีบทบาทเป็นประเทศมุสลิมที่มีอิทธิพลในภูมิภาค และเคยมีประวัติการเป็นเจ้าภาพการเจรจาสันติภาพหลายครั้งในอดีต
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามเร่งด่วนในการยุติสงครามตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนในหลายประเทศ รวมถึงอิหร่านที่กำลังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตก ทำให้ค่าเงินรูเปียห์อิหร่านอ่อนค่าลงอย่างหนัก และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง
สมาชิกสำคัญในคณะผู้แทนอิหร่าน
- นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ: ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้แทน รับผิดชอบการเจรจาระดับนโยบายหลัก
- นายอับบาส อารักชี: อดีตรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจานิวเคลียร์กับชาติตะวันตก มีประสบการณ์จากข้อตกลง JCPOA
- นายอับดุลนาเซอร์ เฮ็มมาตี: ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ดูแลประเด็นเศรษฐกิจและการคลายมาตรการคว่ำบาตร
คณะผู้แทนเหล่านี้ย้ำยืนยันข้อเรียกร้องหลักของอิหร่าน คือการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดที่สหรัฐฯ และพันธมิตรกำหนดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันและการค้าต่างประเทศของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีในทุกแนวรบ และการรับประกันความมั่นคงจากชาติมหาอำนาจ
ท่าทีของสหรัฐอเมริกาในการเจรจา
ด้านสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “การเจรจาคือหนทางเดียวที่อิหร่านจะมีโอกาสรอดพ้นจากวิกฤตนี้” โดยเน้นว่าสหรัฐฯ เปิดประตูสู่การสนทนา แต่ต้องแลกกับการแสดงความจริงใจจากอิหร่าน เช่น การหยุดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค และการเปิดเผยโครงการนิวเคลียร์อย่างโปร่งใส
นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเดินทางมุ่งหน้ามาร่วมการหารือด้วยตัวเอง ย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่าน “เล่นเกม” หรือเลื่อนเวลาการเจรจาเหมือนในอดีต การเจรจาครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้
บทบาทของปากีสถานในการเป็นเจ้าภาพ
ปากีสถานเลือกเป็นเจ้าภาพเนื่องจากความสัมพันธ์อันดีกับทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรีปากีสถานได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ปากีสถานยังหวังว่าผลจากการเจรจาจะช่วยลดความตึงเครียดบริเวณชายแดนของตนเองด้วย
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่ออิหร่าน
ตั้งแต่สงครามปะทุ อิหร่านประสบปัญหาหนักหน่วง เศรษฐกิจทรุดตัวจากการถูกคว่ำบาตร รัฐบาลจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสาร ทำให้ประชาชนขาดการเข้าถึงข้อมูลโลกภายนอก ส่งผลให้เกิดการประท้วงภายในประเทศหลายครั้ง ราคาน้ำมันโลกผันผวน สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น และการว่างงานเพิ่มสูง
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากการเจรจาล้มเหลว สงครามอาจลุกลามไปยังอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งไทยและประเทศในเอเชียก็จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนิวเคลียร์ที่เป็นหัวใจสำคัญ อิหร่านยืนยันว่าจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน แต่พร้อมเจรจาหากได้รับการยอมรับสิทธิ์ในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ
การเจรจาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะกำหนดอนาคตของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมมองว่ามีโอกาส 50-50 ที่จะประสบความสำเร็จ หากทั้งสองฝ่ายยอมประนีประนอม โดยเฉพาะการคลาย sanctions ทีละขั้นตอน คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการต่อไป!
ที่มา – คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน เตรียมเข้าร่วมการเจรจายุติสงครามตะวันออกกลาง


