เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อคนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา แล้วทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ริมถนนนเรศวร หลังวัดมหาธาตุ ชาวบ้านที่พบต่างตกใจหนัก คาดว่าคนร้ายอาจเจออาถรรพ์หรือสิ่งลี้ลับจนไม่กล้านำกลับไป ขณะที่กรมศิลปากรกำลังเร่งตรวจสอบที่มาของเศียรพระนี้อย่างละเอียด
คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา พบเศียรพระพุทธรูปโบราณที่ถูกตัดใหม่เอี่ยม วางทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณริมถนนนเรศวร ด้านหลังวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางประวัติศาสตร์อยุธยา พระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยโบราณสถานมากมาย การที่คนร้ายกล้าลอบตัดเศียรพระแบบนี้ สร้างความโกรธแค้นและหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
นายชัชวาล ม่วงมา อายุ 59 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า เพื่อนของตนไปรดน้ำต้นไม้ตามปกติ ก่อนจะสะดุดพบเศียรพระวางทิ้งอยู่ใต้ต้นไม้ สร้างความตกใจกลัวจนรีบนำไปเก็บไว้ในเจดีย์ใกล้เคียง แล้วแจ้งให้ตนมาช่วยเป็นพยาน ร่องรอยการตัดยังสดชัด แสดงให้เห็นว่าคนร้ายเพิ่งลงมือไม่นาน ชาวบ้านเชื่อว่าคนร้ายตั้งใจขโมยไปขาย แต่ระหว่างทางอาจเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด เช่น เจอผีหรืออาถรรพ์ขององค์พระ จนต้องทิ้งไว้ตรงนั้น
กรมศิลปากร อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของเศียรพระ
นายไพฑูรย์ ผึ้งทอง อายุ 65 ปี เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบว่าเศียรพระนี้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ทำจากหินทรายแบบแกะสลักสมัยอยุธยา แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าถูกตัดมาจากโบราณสถานไหน อาจเป็นจากวัดใกล้เคียงหรือสถานที่อื่นในอยุธยา เจ้าหน้าที่จะนำเศียรพระไปเก็บรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมจัดทำประวัติศาสตร์และวิเคราะห์ทางโบราณคดี เพื่อใช้สืบหาที่มาและติดตามตัวคนร้ายต่อไป
ปัญหาการลักตัดเศียรพระพุทธรูปหรือโบราณวัตถุในประเทศไทย โดยเฉพาะอยุธยาและสุโขทัย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มักถูกส่งออกไปขายในตลาดมืดต่างประเทศ สร้างความเสียหายให้มรดกชาติอย่างประเมินค่าไม่ได้ อยุธยาเป็นเมืองเก่าที่มีพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างโบราณนับพันองค์ การลักขโมยแบบนี้ไม่เพียงทำลายความสมบูรณ์ของโบราณสถาน แต่ยังกระทบจิตใจชาวพุทธที่เคารพศรัทธา
- จุดพบเศียรพระ: ใต้ต้นไม้ริมถนนนเรศวร หลังวัดมหาธาตุ
- ลักษณะ: หินทรายแกะสลัก อายุกว่า 100 ปี รอยตัดใหม่
- การตอบสนอง: ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรและตำรวจสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา
- คาดการณ์: คนร้ายกลัวอาถรรพ์ ไม่กล้านำไปขาย
- มาตรการ: เร่งตรวจสอบ DNA หินและฐานข้อมูลโบราณสถาน
นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังวางแผนเพิ่มกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังรอบโบราณสถานสำคัญ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดกว่านี้ เพราะอยุธยาไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นจิตวิญญาณของชาติไทย
เหตุการณ์คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยานี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราต้องร่วมกันอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยหรือมีข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรหรือตำรวจทันที เพื่อปกป้องสมบัติชาติของเราไว้ให้ลูกหลาน
ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ที่ยังฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งอาจเป็นเครื่องมือช่วยปกป้องโบราณวัตถุได้ทางหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้คนร้ายกล้าลองดีอีก
ที่มา – คนร้ายลอบตัดเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปี ที่อยุธยา กรมศิลปากร อยู่ระหว่างตรวจสอบ





