ครม. เพิ่ม 5 ด่าน 'ไทย-จีน' เปิดช่องทางใหม่ส่งออก-นำเข้า ผลไม้ทางบก

ครม.เพิ่ม 5 ด่านไทย-จีน ส่งออกผลไม้คล่องตัว!

คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่ม 5 ด่าน “ไทย-จีน” เปิดทางเลือกใหม่สำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ทางบก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่า ครม. ได้รับทราบการเพิ่มจุดนำเข้าและจุดส่งออกรวมทั้งสิ้น 5 ด่าน ตามภาคผนวกของพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นข้อเสนอจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากความเห็นชอบร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ ของไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขยายช่องทางการเข้าสู่ตลาดจีนของผลไม้ไทย และเพิ่มความหลากหลายในการขนส่งผลไม้ทางบก นับเป็นการช่วยลดความแออัดของการขนส่งที่อาจเกิดขึ้นในเส้นทางเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลผลไม้ที่มีผลผลิตจำนวนมาก อีกทั้งยังสอดคล้องกับแผนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีนอีกด้วย

รายละเอียด 5 ด่านใหม่:

  • ฝั่งจีน:
  • เมิ่งคัง มณฑลยูนนาน
  • ตำลั่ว มณฑลยูนนาน
  • ฝั่งไทย:
  • ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
  • ภูดู่ จังหวัดอุตรดิตถ์
  • บ้านฮวก จังหวัดพะเยา

พิธีสารฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามพรมแดน ทำให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระหว่างทั้งสองประเทศสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ลดอุปสรรคทางการค้า และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย การเพิ่ม 5 ด่าน “ไทย-จีน” นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ครม. เพิ่ม 5 ด่าน “ไทย-จีน”

ทำไมการเพิ่มด่านถึงสำคัญต่อการส่งออกผลไม้?

การเพิ่มด่านชายแดนสำหรับการส่งออกผลไม้มีประโยชน์หลายประการ ดังนี้:

  • เพิ่มปริมาณการส่งออก: ช่องทางที่มากขึ้นช่วยให้สามารถส่งออกผลไม้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดจีนที่กำลังเติบโต
  • ลดต้นทุนการขนส่ง: เส้นทางที่หลากหลายช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ลดระยะทางและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
  • ลดความเสี่ยง: การมีเส้นทางสำรองช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความล่าช้าที่ด่านชายแดน หรือภัยธรรมชาติ
  • ส่งเสริมการแข่งขัน: ผู้ประกอบการมีทางเลือกมากขึ้นในการขนส่งผลไม้ ทำให้เกิดการแข่งขันและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การตัดสินใจของ ครม. ในการเพิ่ม 5 ด่าน “ไทย-จีน” จึงเป็นการส่งสัญญาณบวกต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ที่จะมีโอกาสในการขยายตลาดและเพิ่มรายได้มากยิ่งขึ้น

ผลไม้ไทย…โอกาสทองในตลาดจีน

ตลาดจีนถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลไม้ไทยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวจีนเนื่องจากมีคุณภาพดี รสชาติอร่อย และมีหลากหลายชนิด การเพิ่มช่องทางการส่งออกจะช่วยให้ผลไม้ไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้ง่ายขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับจีนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ ของไทยไปยังตลาดจีนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การเปิด 5 ด่าน ใหม่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขด่านที่เพิ่มขึ้น แต่มันคือการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับประเทศจีน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ที่มา – ครม. เพิ่ม 5 ด่าน “ไทย-จีน” เปิดช่องทางใหม่ส่งออก-นำเข้า ผลไม้ทางบก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: