เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮา เมื่อลูกเรือไทย 20 คนจากเรือสินค้า “มยุรี นารี” เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังจากเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ท่ามกลางข่าวการโจมตีเรือและความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ ครอบครัวลูกเรือไทย “มยุรี นารี” ห่วงเรื่องการเยียวยาเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนจากบริษัทเจ้าของเรือ
ครอบครัวลูกเรือไทย “มยุรี นารี” ห่วงเรื่องการเยียวยา
หนึ่งในภรรยาของลูกเรือเล่าว่าตนติดต่อสามีครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง สภาพจิตใจของสามียังไม่เต็มร้อย เพราะกังวลอนาคต ไม่รู้ว่าจะได้รับค่าจ้างต่อหรือไม่ เนื่องจากต้องอยู่บนเรือเพื่อรับเงินเดือน สามีทำงานกับบริษัทนี้มา 5 ปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุ เขาเล่าว่าบริษัทเสนอให้พักที่โรงแรมในดูไบ แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยเพราะยังมีระเบิดตก และไม่แน่ใจเรื่องค่าจ้าง “ไม่มีใครอยากเสี่ยงตาย โดยเฉพาะเมื่อมีครอบครัวรออยู่ ลูกผมเพิ่ง 1 ขวบ 3 เดือน” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
ครอบครัวลูกเรือไทย “มยุรี นารี” ห่วงเรื่องการเยียวยา เพราะหลังจากนี้ต้องรอคำชี้แจงจากบริษัท ไม่ว่าจะเป็นค่าชดเชย ค่าจ้างค้างจ่าย หรือการช่วยเหลืออื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเรือต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงอย่างช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านขู่อุบัติเหตุปิด
การกลับไทยของลูกเรือและการเลี่ยงสื่อ
เมื่อลูกเรือลงเครื่อง บริษัทเรือรีบพาพวกเขาไปขึ้นรถบัสที่ประตู 6 โดยตรง โดยหลีกเลี่ยงสื่อมวลชนที่มารอสัมภาษณ์ ญาติ 2 ครอบครัวที่เดินทางไกลมาจากต่างจังหวัด เช่น จังหวัดตาก ต้องชวดเจอหน้า เพราะรถบัสออกไปก่อน พวกเขาตัดพ้อด้วยความเสียใจ “อุตส่าห์ตั้งใจมารับ แต่ไม่ได้เจอเลย”
สถานการณ์บนเรือมยุรีนารีและลูกเรือที่เหลือ
เรือมยุรีนารีกำลังขนสินค้าจากอินเดียไป UAE ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เพราะติดธงไทย แต่ใกล้ถึงดูไบเกิดสงคราม เรือเลยทิ้งสมอรอ ส่งสินค้าเสร็จแล้วกลับไปรับสินค้าใหม่ที่อินเดีย ปัจจุบันว่างเปล่า ปัจจุบันยังมีลูกเรือไทยอีก 3 คนติดค้างบนเรือ ครอบครัวไม่สามารถช่วยได้เพราะเปลี่ยนเวร ทุกคนภาวนาให้ปลอดภัย “อย่าต่อว่าลูกเรือนะคะ เราเป็นแค่พนักงาน มีภาระครอบครัว” ภรรยาคนหนึ่งฝาก
ด้านครอบครัวเด็กฝึกงานจากตาก พี่สาวและคุณแม่เล่าว่าน้องชายเพิ่งจบการเรียน ลงเรือเดือนกว่า ส่งข้อความมาแจ้งว่าเรือโดนระเบิดแต่รอดมาได้เพราะเปลี่ยนเวรไปกินข้าวแค่ 5 นาที ถ้าไม่เปลี่ยน รุ่นพี่ที่ติดห้องเครื่องอาจเป็นน้องแทน คุณแม่สวดมนต์ให้ 3 คนที่เหลือทุกวัน “ลูกชอบอาชีพนี้ตามพ่อ แต่หลังเหตุการณ์นี้ไม่แน่ใจ”
ความเสี่ยงของอาชีพลูกเรือไทยในตะวันออกกลาง
เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงสูงของลูกเรือไทยที่ต้องแล่นเรือในพื้นที่ขัดแย้ง สงครามในตะวันออกกลางทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดอันตราย แม้เรือไทยจะผ่านได้ แต่ความไม่แน่นอนยังมี ครอบครัวลูกเรือไทย “มยุรี นารี” ห่วงเรื่องการเยียวยา เพราะบางคนเพิ่งกู้เงินไปลงเรือ ครั้งก่อนสมุดประจำตัวคนเรือหายเพราะกัปตัน ทำให้เดือดร้อน
- ปัญหาหลัก: ค่าจ้างไม่ชัดเจนหากลาออก
- การเยียวยา: ไม่รู้จะได้ชดเชยเท่าไร โดยเฉพาะเด็กฝึกงาน
- ความปลอดภัย: ยังห่วง 3 ลูกเรือที่เหลือ
- การสนับสนุน: เรียกร้องให้บริษัทดูแลต่อเนื่องแม้กลับไทย
นอกจากนี้ ภรรยาคนหนึ่งย้ำว่าเรือมีเอกสารครบ แต่สถานการณ์ไม่ปกติ อยากให้รัฐบาลช่วยเจรจาด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าอาชีพลูกเรือไทยต้องการการคุ้มครองที่ดีขึ้น
สุดท้าย ครอบครัวเหล่านี้ขอให้ทุกคนช่วยสวดมนต์ให้ลูกเรือที่เหลือปลอดภัย และหวังว่าบริษัทจะออกมาตรการเยียวยาชัดเจนเร็วๆ นี้ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกันหรืออยากให้ความเห็น สามารถคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแบ่งปันมุมมองได้นะครับ เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้เรตระหนักถึงความเสี่ยงของอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวแต่เต็มไปด้วยอันตราย
ที่มา – ครอบครัวลูกเรือไทย “มยุรี นารี” ยอมรับห่วงเรื่องการเยียวยา ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน



