คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน สู่เส้นทางที่ต่างกัน
ในโลกของฟุตบอลอาชีพ เรามักจะได้เห็นจังหวะชีวิตที่พลิกผันราวกับประตูบานเลื่อน ซึ่งในบางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับนักเตะหลายคน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี วิลล์ คีน และ แฮร์รี เคน ต่างเป็นกองหน้าคู่หูของทีมชาติอังกฤษ แต่ใครจะไปคิดว่าเส้นทางของพวกเขาจะแยกจากกันไปไกลขนาดนี้
ในตอนนั้น วิลล์ คีน ดูเหมือนจะมีภาษีดีกว่าด้วยซ้ำในการก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ในขณะที่ คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน กำลังมีอนาคตที่สดใส คีนกลับต้องเจอกับมรสุมใหญ่เมื่อได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสูญเสียจังหวะชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพไปนานถึง 16 เดือน ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แฮร์รี เคน กลับค่อยๆ สร้างชื่อจนกลายเป็นกองหน้าอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน
คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน กับโชคชะตาที่พลิกผัน
การบาดเจ็บคือศัตรูร้ายที่พรากเวลาและโอกาสไปจากนักเตะ วิลล์ คีน เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ในวัยเยาว์เขาไม่เคยรู้จักกับคำว่าสะดุด ทุกอย่างราบรื่นไปหมดจนกระทั่งเขาพ่ายแพ้ให้กับอาการบาดเจ็บซ้ำซาก ซึ่งหากเทียบกับ เคน ที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงมาคอยขัดขวาง ทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ในขณะที่ แฮร์รี เคน กำลังจดจ่ออยู่กับการพาทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลโลก วิลล์ คีน ในวัย 33 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเตะไร้สังกัด กลับกำลังมุ่งมั่นฝึกซ้อมในแคมป์เก็บตัวของ PFA เพื่อรอโอกาสครั้งใหม่ในอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเล่นในสโมสรอาชีพอีกครั้ง หรือการมองหาความท้าทายใหม่ๆ
บทเรียนจากความผิดพลาดของ คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน
- การดูแลสภาพจิตใจมีความสำคัญพอๆ กับสภาพร่างกาย
- การปรับทัศนคติช่วยให้นักเตะผ่านพ้นวิกฤตความมั่นใจ
- มิตรภาพและเส้นทางฟุตบอลมักจะแปรผันตามจังหวะเวลา
วิลล์ คีน ได้ใช้จิตวิทยาสปอร์ตมาช่วยฟื้นฟูจิตใจของเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาเรียนรู้ที่จะมองหาพลังบวกและการเห็นคุณค่าในตัวเอง เขาเคยเปรยว่า หากเขามีทัศนคติและความเข้าใจในการจัดการจิตใจเหมือนในวันนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย บางทีเขาอาจจะก้าวไปได้ไกลกว่านี้มาก อย่างไรก็ตาม ชีวิตยังมีทางเดินเสมอสำหรับผู้ที่ไม่ยอมแพ้
แม้เส้นทางของ คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เรื่องราวของพวกเขาคือบทเรียนที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเตะรุ่นหลังว่า ฟุตบอลไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ แต่คือเรื่องของจังหวะ เวลา และความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ไม่มีใครพรากไปจากเราได้
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ






