วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดราม่าร้อนฉ่าในวงการอาชญากรรมกันครับ คุม “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกฝากขัง ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี หลังจากที่เจ้าตัวและพรรคพวกมอบตัวกับตำรวจ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่เพราะเกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ชาวเน็ตและคนในพื้นที่ต่างจับตามองกันถี่ๆ ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง
คุม “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกฝากขัง
นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ เสือ ดุสิต อายุ 40 ปี พร้อมด้วยนายอานนท์ จันสอน หรือ บอย อายุ 37 ปี และนายไมตรี แสงฤทธิ์ หรือ แมน อายุ 29 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี หลังก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนมีผู้บาดเจ็บสาหัส ทั้งสามคนให้การรับสารภาพทันที พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหายแบบยกมือไหว้ เสือ ดุสิต ยังยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนท้าทายตำรวจ หรือพูดจาด่าทอใครในพื้นที่นนทบุรี หากมีใครเข้าใจผิดก็ขออโหสิกรรม และยอมรับว่าปัญหานี้ทำให้ต้องเลิกรากับภรรยาไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้น เวลา 14.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนนำตัวทั้งสามคนไป คุม “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกฝากขัง ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี โดยขั้นตอนนี้เป็นไปตามระเบียบของตำรวจ เพื่อรอหมายขังชั่วคราวก่อนจะพิจารณาคดีต่อไป
เจ้าตัวหน้าเครียด บอกพูดอะไร ก็ไม่มีคนเชื่อ
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวออกจากห้องสอบสวน สีหน้าเสือ ดุสิตดูเคร่งเครียดมาก ยกมือไหว้ผู้สื่อข่าว แล้วพูดสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงหม่นหมองว่า “ผมพูดอะไรไปก็ไม่มีคนเชื่อ ผมมันเ-ี้ยเอง” ส่วนเรื่องการยื่นประกันตัวในชั้นศาลนั้น เจ้าตัวบอกว่า “ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงต่อไป” คำพูดนี้สะท้อนถึงความกดดันและความรู้สึกผิดที่กำลังเผชิญอยู่ชัดเจน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดูไทม์ไลน์เหตุการณ์กันครับ:
- 18 ก.พ. 2569: เกิดเหตุทำร้ายร่างกาย ผู้บาดเจ็บสาหัส
- หลังเหตุการณ์: เสือ ดุสิตและพวกมอบตัว ให้การรับสารภาพ ขอโทษ
- 26 ก.พ. 2569: สอบปากคำกว่า 3 ชม. แล้วนำฝากขังศาล
เสือ ดุสิต เป็นบุคคลที่ชื่อเสียงในพื้นที่นนทบุรีมาพักใหญ่ ชื่อ “เสือ” บ่งบอกถึงความดุร้ายในอดีต แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ หลังจากที่เคยมีประวัติข่าวในวงการสีเทา การถูกฝากขังครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังกระทบชีวิตส่วนตัวอย่างหนัก จนต้องเลิกกับภรรยา
ในมุมมองของผม กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการกระทำใดๆ ล้วนมีผลตามมา แม้จะรับสารภาพและขอโทษแล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้าต่อไป ผู้เสียหายก็สมควรได้รับการเยียวยาเต็มที่ ส่วนเสือ ดุสิต หวังว่าจะได้บทเรียนชีวิตครั้งนี้ไปปรับปรุงตัว อย่าปล่อยให้อารมณ์นำทางอีก
สำหรับชาวเน็ตที่ติดตาม คุณคิดว่าคดีนี้ควรลงเอยยังไง? ประกันตัวได้มั้ย หรือต้องรอพิจารณาคดี? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่างเลยครับ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้!
ที่มา – คุม “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกฝากขัง เจ้าตัวหน้าเครียด บอกพูดอะไร ก็ไม่มีคนเชื่อ




