ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียอย่าง ค้นบ้านอดีตเมีย หนุ่มจีนซุกคลังแสง ทำให้หลายคนตื่นตระหนกกับปริมาณอาวุธสงครามและระเบิดที่ถูกซุกซ่อนไว้ ตำรวจชลบุรีและกรุงเทพฯ ร่วมมือกันขยายผลการจับกุมครั้งนี้ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าความปลอดภัยกำลังถูกดูแลอย่างเข้มงวด
ค้นบ้านอดีตเมีย หนุ่มจีนซุกคลังแสง
ทุกอย่างเริ่มต้นจากเหตุการณ์รถเก๋งพลิกคว่ำบริเวณนาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ สภ.นาจอมเทียน เข้าตรวจสอบ พบ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ชาวจีน เป็นคนขับรถ พร้อมผู้หญิงชาวไต้หวันอีกคน ในรถมีอาวุธปืนสงครามซุกซ่อนอยู่ นายหมิงเฉินถือพาสปอร์ตจีนและบัตรประจำตัวคนต่างด้าวสีชมพู ซึ่งระบุที่อยู่บ้านทาวน์เฮาส์ในซอยหทัยราษฎร์ 37 เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
ผู้ต้องหาให้การแรกว่าสั่งอาวุธและระเบิด ซีโฟร์ (C4) ทางออนไลน์ เพื่อมารับจาก จ.ระยอง และจะใช้จบชีวิตตัวเองเพราะป่วยโรคซึมเศร้า แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การเต็มที่ จึงขยายผลทันที พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี นำกำลังบุกค้นบ้านพักของนายหมิงเฉินในหมู่บ้าน ม.2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง พบคลังแสงขนาดใหญ่ อาวุธปืนสงครามหลายกระบอก ระเบิด C4 จำนวนมาก ผูกติดกับเสื้อเกราะพลีชีพ แบบพร้อมใช้งาน สร้างความตกใจให้เจ้าหน้าที่
อดีตภรรยาเผยพฤติกรรมแปลกของหนุ่มจีน
ความคืบหน้าวันที่ 9 พ.ค. 2569 เวลา 07.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจนครบาลบุกค้นบ้านจากบัตรสีชมพู พบ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของนายหมิงเฉิน ทำงานเอ็นเตอร์เทนย่านทองหล่อ อยู่กับแฟนหนุ่ม ไม่พบของผิดกฎหมายในบ้าน
น.ส.เอ เล่าว่า รู้จักนายหมิงเฉิน (หรืออาต๋า) ตั้งแต่ปี 2564 ที่พัทยา จ.ชลบุรี พบกันอีกที่ร้านอาหารย่านประดิษฐ์มนูธรรม ก่อนย้ายมาอยู่บ้านทาวน์เฮาส์หลังนี้ ซึ่งเป็นของลูกพี่ลูกน้องเธอ และเธอมีชื่อในทะเบียนบ้าน นายหมิงใช้ที่อยู่นี้ทำบัตรสีชมพูและเปิดบริษัทบังหน้า อ้างทำธุรกิจให้รถเช่าในเกาหลีใต้ มักเดินทางไปเกาหลีใต้และออสเตรเลียบ่อยครั้ง
ทั้งคู่ส่วนใหญ่อยู่บ้านเช่าที่พัทยา จดทะเบียนสมรสกัน อยู่ด้วยกันปีกว่า นายหมิงมาบ้านนี้แค่ 4-5 ครั้ง ระยะหลังทำตัวแปลก ห่างเหิน จนหย่ากันปี 2568 และไม่ได้ติดต่อกันอีก น.ส.เอ มีแฟนใหม่แล้ว
- ไทม์ไลน์เหตุการณ์: รถพลิก 8 พ.ค. → ค้นบ้านชลบุรีพบคลังแสง → ค้นบ้าน กทม.สอบอดีตเมีย
- อาวุธที่พบ: ปืนสงคราม, ระเบิด C4, เสื้อเกราะพลีชีพ
- พฤติกรรมน่าสงสัย: เปิดบริษัทบังหน้า, เดินทางต่างประเทศบ่อย, ทำตัวแปลก
กรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในไทย ชาวต่างชาติใช้เอกสารปลอมหรือบังหน้าเปิดบริษัทเพื่อปกปิดกิจกรรมผิดกฎหมาย ระเบิด C4 เป็นวัตถุระเบิดพลาสติกที่มีพลังทำลายสูง ใช้ในสงครามและก่อการร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบต่อว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งไหน
จากสถิติ ตำรวจไทยจับกุมอาวุธเถื่อนเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะจากต่างชาติที่ลักลอบนำเข้า การสืบสวนครั้งนี้แสดงประสิทธิภาพของตำรวจในการเชื่อมโยงข้อมูลจากบัตรประจำตัวและที่อยู่
คุณคิดอย่างไรกับกรณี ค้นบ้านอดีตเมีย หนุ่มจีนซุกคลังแสง นี้? อาจเป็นแค่บุคคลเดียวหรือส่วนหนึ่งของเครือข่ายใหญ่? ติดตามข่าวอัปเดตและแชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อให้สังคมตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย
ที่มา – ค้นบ้านอดีตเมีย หนุ่มจีนซุกคลังแสง เผยทำตัวแปลก เปิดบริษัทบังหน้าไปต่างประเทศบ่อย




