จักรภพ ชงถอดบทเรียน น่านโมเดล-เนปาล-ทิเบต รับมือภัยพิบัติ
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดน่านไม่ได้เป็นเพียงแค่ภัยธรรมชาติที่ผ่านไปแล้วจบลง แต่กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นให้เราต้องหันมามองการจัดการภัยพิบัติอย่างจริงจัง นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกประเด็น จักรภพ ชงถอดบทเรียน น่านโมเดล-เนปาล-ทิเบต ขึ้นมาอภิปรายในสภา เพื่อเสนอให้เราถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเนปาลและทิเบตที่เกิดจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก มาปรับใช้เป็นแนวทางรับมือกับ Climate Change ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน
ทำไมการถอดบทเรียนข้ามประเทศถึงสำคัญ?
ความท้าทายของสถานการณ์ภัยพิบัติในยุคนี้คือความฉับพลันและรุนแรง นายจักรภพได้เน้นย้ำว่า จักรภพ ชงถอดบทเรียน น่านโมเดล-เนปาล-ทิเบต เพื่อให้หน่วยงานไทยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่เกิดเหตุ โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:
- การจัดทำคู่มือรับมือภัยพิบัติ: รวบรวมข้อมูลจากเหตุการณ์จริงมาเป็นฐานความรู้ที่ใช้งานได้ทันที
- ระบบเตือนภัยล่วงหน้า: การพัฒนาฐานข้อมูล (Database) ที่ตรวจจับสัญญาณเตือนก่อนเกิดภัย
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ใช้กลไกทางการทูตในการแลกเปลี่ยนเทคนิคการกู้ภัยและฟื้นฟู
ในมุมมองของนายจักรภพ ภัยพิบัติในต่างประเทศมีสิ่งที่น่าสนใจคือ กรณีที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง ซึ่งประเทศไทยควรเตรียมแผนสำรองและการกระจายกำลังไว้ให้พร้อม เพราะภัยพิบัติเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเป็น “ภัยทางเศรษฐกิจ” ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และการผลิตของประชาชนในระยะยาวด้วย
การที่ จักรภพ ชงถอดบทเรียน น่านโมเดล-เนปาล-ทิเบต ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะหากเราไม่เตรียมความพร้อมและระบบการจัดการที่ดีพอ วงจรความสูญเสียเหล่านี้จะย้อนกลับมาทำร้ายเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเปลี่ยนผ่านจากสถานการณ์เฉพาะหน้าไปสู่การสร้างระบบเตือนภัยที่แข็งแกร่ง คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในยุคที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวนเช่นนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราควรหยุดแค่การเยียวยา แล้วหันมาสร้างระบบป้องกันที่ยั่งยืนผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ทั่วโลก เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยกว่าของคนไทยทุกคน
ที่มา – “จักรภพ” ชงถอดบทเรียน “น่านโมเดล–เนปาล–ทิเบต” ทำคู่มือรับมือภัยพิบัติ


