เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงกำลังติดตามสถานการณ์การเมืองในสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด หลังจากมีกระแสข่าวใหญ่ว่า นายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ จ่อประกาศลาออกนายกฯ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากคนในพรรคแรงงานที่กดดันให้เขาต้องก้าวลงจากตำแหน่งอย่างรวดเร็ว โดยสื่อดังอย่างบีบีซีและเดอะ เทเลกราฟ ต่างเกาะติดเหตุการณ์นี้เป็นรายชั่วโมง
อนาคตภายใต้หัวข้อ นายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ จ่อประกาศลาออกนายกฯ
วิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลสะสมจากการบริหารจัดการที่เผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องปัญหาภายในพรรคและการสูญเสียฐานเสียงสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ ซึ่งนายแอนดี เบิร์นแฮม สามารถคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ทำให้เขากลายเป็นคู่แข่งเบอร์หนึ่งที่พร้อมจะมารับไม้ต่อทันที หาก นายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ จ่อประกาศลาออกนายกฯ ตามรายงานข่าวที่แพร่สะพัดออกมา
ปัจจัยที่ทำให้อำนาจสั่นคลอน
- แรงกดดันจาก สส. พรรคแรงงานกว่า 100 ชีวิตที่ออกมาเรียกร้องให้เขาวางมือ
- รัฐมนตรีอาวุโสหลายคนทยอยส่งสัญญาณให้เขาเลือกทางออกที่ดูดีที่สุดให้กับพรรค
- คะแนนนิยมที่ดิ่งลงเหวจากการแก้ปัญหาบริการสาธารณะและผู้อพยพที่ล่าช้า
- การกลับลำนโยบายบ่อยครั้งจนทำให้นโยบายขาดความชัดเจนและไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน
ถึงแม้ว่าทำเนียบเลขที่ 10 ถนนดาวนิง จะยังออกมาปฏิเสธและยืนยันว่าผู้นำอังกฤษคนปัจจุบันยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป แต่แหล่งข่าววงในกลับระบุว่า โอกาสที่จะได้ไปต่อนั้นเหลือเพียงน้อยนิด ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าตำแหน่งผู้นำในยุคนี้เปราะบางเพียงใด ยิ่งถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นเลยว่าสหราชอาณาจักรเปลี่ยนตัวผู้นำกันบ่อยมาก ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าตกใจและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในมุมมองของผู้ติดตามการเมืองต่างประเทศ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวบุคคล แต่มันคือบทพิสูจน์ของการเมืองในระบบรัฐสภาที่เมื่อความเชื่อมั่นจากคนในพรรคสั่นคลอน การจะอยู่ต่อเพื่อแก้ปัญหาประเทศจึงกลายเป็นภารกิจที่ยากเย็นแสนเข็ญ สำหรับใครที่กำลังลุ้นว่าวันจันทร์นี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คงต้องจับตาดูกันว่าเราจะได้เห็นการแถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์หรือไม่
ที่มา – สื่ออังกฤษตีข่าว ‘นายกฯ “เคียร์ สตาร์เมอร์” จ่อประกาศลาออกนายกฯ


