เชื่อว่าแฟนๆ มวยไทยหลายคนคงต้องเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กัน เมื่อยอดมวยอย่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ตัดสินใจพักนวมชั่วคราวแล้วกระโดดขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยเปิดประสบการณ์ใหม่ในรายการแข่งรถระดับประเทศอย่าง Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกบทบาทใหม่ของเขากับ จากสังเวียนผ้าใบสู่สนามความเร็วของ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ในศึก HILUX REVO ONE MAKE RACE ที่สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต กันครับ
จากสังเวียนผ้าใบสู่สนามความเร็วของ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ในศึก HILUX REVO ONE MAKE RACE
การเปลี่ยนเวย์จากนักมวยผู้ดุดันมาเป็นนักแข่งรถไม่ใช่เรื่องง่าย รถถังได้ใช้เวลาเตรียมตัวและฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงนานถึง 6 เดือน เพื่อทำความเข้าใจกับเทคนิคการขับขี่ที่ละเอียดอ่อน เจ้าตัวเผยว่าความท้าทายของการแข่งขันในรุ่น HILUX REVO ONE MAKE RACE นั้นแตกต่างจากการต่อสู้บนเวทีอย่างสิ้นเชิง เพราะต้องอาศัยทั้งจังหวะเบรก การเข้าไลน์สนาม และความใจเย็นในการควบคุมรถแข่งหมายเลข 77 ให้แม่นยำที่สุด
มุมมองที่น่าสนใจ: มวยไทย vs มอเตอร์สปอร์ต
รถถังได้แชร์ประสบการณ์ที่น่าสนใจว่า แม้จะเป็นกีฬาคนละประเภท แต่พื้นฐานของ จากสังเวียนผ้าใบสู่สนามความเร็วของ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ในศึก HILUX REVO ONE MAKE RACE นั้นมีสิ่งที่คล้ายกันคือ "หัวใจนักสู้" ครับ
- การใช้ไหวพริบ: มวยไทยต้องอ่านเกมคู่ต่อสู้ ส่วนมอเตอร์สปอร์ตต้องอ่านไลน์สนามและสถานการณ์รอบข้าง
- สมาธิที่แน่วแน่: ทั้งสองกีฬาต้องการสมาธิที่สูงมาก หากหลุดเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงการพ่ายแพ้ได้
- ความแม่นยำ: การออกหมัดต้องเฉียบคมพอๆ กับจังหวะเหยียบคันเร่งและการเบรกในโค้ง
หลายคนอาจจะกังวลว่าพี่รถถังจะทิ้งสังเวียนมวยไปเลยหรือเปล่า? แต่เจ้าตัวก็ยืนยันเสียงแข็งเลยครับว่า อาชีพหลักคือมวยไทยยังคงดำเนินต่อไป และเขากำลังฟิตซ้อมร่างกายรอไฟต์ถัดไปอยู่แน่นอน โดยมีกำหนดจะกลับมาลงแข่งรถอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ แฟนๆ มวยและแฟนรถแข่งเตรียมรอเชียร์กันได้เลย
ถือว่าเป็นก้าวที่กล้าหาญและน่าชื่นชมจริงๆ สำหรับรถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้คนเราพัฒนาได้ไม่มีที่สิ้นสุด ใครที่เป็นแฟนตัวยงของเขาก็อย่าลืมส่งกำลังใจไปเชียร์หนุ่มคนนี้กันเยอะๆ ทั้งในสนามมวยและสนามแข่งรถครับ
ที่มา – จากสังเวียนผ้าใบสู่สนามความเร็วของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ในศึก HILUX REVO ONE MAKE RACE





