เป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เมื่อมีรายงานข่าวว่า จีนส่งคอมมานโดบุกทลาย “โบสถ์ใต้ดิน” กลางพิธีวันอาทิตย์ รวบตัว 2 ผู้นำศาสนา-กักตัวเด็ก-คนชรา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่สะท้อนให้เห็นถึงการกดดันทางความเชื่ออย่างหนักในประเทศจีนปัจจุบัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ “คริสตจักรพันธสัญญาฝนต้นฤดู” (Early Rain Covenant Church) ซึ่งเป็นกลุ่มคริสเตียนที่มีอิทธิพลสูง
จีนส่งคอมมานโดบุกทลาย “โบสถ์ใต้ดิน” กลางพิธีวันอาทิตย์ รวบตัว 2 ผู้นำศาสนา-กักตัวเด็ก-คนชรา
เหตุการณ์ระทึกขวัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธและหน่วยคอมมานโดกว่า 50 นาย บุกเข้าจู่โจมห้องบอลรูมของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเจียงโหยว ขณะที่สมาชิกกำลังนมัสการพระเจ้าอย่างสงบ โดยเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวผู้ร่วมพิธีกว่า 30 คน รวมถึงเด็กและคนชรา เพื่อนำไปสอบปากคำและตรวจสอบสัญชาติอย่างไม่เป็นธรรม
เบื้องหลังการจับกุมและการคุมเข้มของรัฐบาล
การที่ จีนส่งคอมมานโดบุกทลาย “โบสถ์ใต้ดิน” กลางพิธีวันอาทิตย์ รวบตัว 2 ผู้นำศาสนา-กักตัวเด็ก-คนชรา นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมจีน แต่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายควบคุมศาสนาที่เข้มงวดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งต้องการให้คริสตจักรทุกแห่งขึ้นตรงและจดทะเบียนกับรัฐบาลเท่านั้น
- ผู้นำศาสนา 2 ราย คือ นายเหยียน หง และ นายอู่ อู่ชิง ยังคงถูกควบคุมตัว
- สมาชิกที่ถูกจับกุมต้องเผชิญกับการสอบสวนที่ยาวนานและกดดัน
- เด็กและคนชราถูกกักตัวไว้ภายในสถานที่เพื่อบีบบังคับทางจิตวิทยา
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับกลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เนื่องจากสิทธิในการนับถือศาสนาควรเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ การกระทำของเจ้าหน้าที่จีนในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการพยายามกำจัดกลุ่มศาสนาที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคฯ ซึ่งสะท้อนผ่านการจับกุมศิษยาภิบาลหลายรายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือ การแสวงหาเสรีภาพทางความเชื่อในบางประเทศอาจต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงมาก แม้จะเป็นเพียงการรวมตัวสวดอ้อนวอนอย่างสันติก็ตาม ความพยายามของรัฐบาลจีนในการแทรกแซงความเชื่อของประชาชนจะยังคงเป็นประเด็นที่โลกต้องเฝ้าจับตามองต่อไปว่า ท้ายที่สุดแล้วเสรีภาพส่วนบุคคลจะสามารถดำรงอยู่ท่ามกลางอำนาจรัฐที่เข้มข้นได้เพียงใด
ที่มา – จีนส่งคอมมานโดบุกทลาย “โบสถ์ใต้ดิน” กลางพิธีวันอาทิตย์ รวบตัว 2 ผู้นำศาสนา-กักตัวเด็ก-คนชรา


