จ่อดำเนินคดี 'จ่าสิบตำรวจไซเบอร์' รับงานเช็กทะเบียนรถ เป็นเหตุให้เหยื่อถูกอุ้มหาย

จ่อดำเนินคดี “จ่าสิบตำรวจไซเบอร์” รับงานเช็กทะเบียนรถ

จ่อดำเนินคดี “จ่าสิบตำรวจไซเบอร์” รับงานเช็กทะเบียนรถ ล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนในคดีอุ้มฆ่าที่สร้างความสะเทือนใจให้สังคมไทย กรณีนี้เกิดขึ้นกับผู้จัดการหนุ่มชื่อนายรุทธ์ ที่ถูกแก๊งอุ้มตัวไปฆ่าเผาศพอย่างโหดร้าย ตำรวจ สน.สุทธิสาร กำลังเร่งสืบสวนและเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเมิดอำนาจหน้าที่

จ่อดำเนินคดี “จ่าสิบตำรวจไซเบอร์” รับงานเช็กทะเบียนรถ

พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการนครบาล 2 (ผบก.น.2) ได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดี เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 ว่า ตำรวจยังคงรอผลพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์และการเปรียบเทียบ DNA เพื่อยืนยันตัวผู้เสียชีวิต ก่อนสรุปสำนวนขอหมายจับผู้จ้างวานฆ่า เนื่องจากต้องปราศจากข้อสงสัยและชี้ให้ศาลเห็นหลักฐานชัดเจน นอกจากนี้ ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ในขณะนี้

จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดมาจากนักสืบเอกชนของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้จ้างวานหลัก หญิงคนนี้มอบข้อมูลทะเบียนรถของนายรุทธ์ให้ โดยติดต่อ จ.ส.ต. สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เพื่อช่วยตรวจสอบเจ้าของรถ ก่อนจะแอบติด GPS ติดตามความเคลื่อนไหวของนายรุทธ์นานกว่า 1 สัปดาห์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการวางแผนอุ้มตัวเหยื่อ

จ่อดำเนินคดี “จ่าสิบตำรวจไซเบอร์” รับงานเช็กทะเบียนรถ ผิดมาตรา 157

สำหรับ จ่าสิบตำรวจไซเบอร์รายนี้ ตำรวจได้เรียกตัวมาสอบปากคำแล้ว หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว จะมีความผิดทางกฎหมายชัดเจน พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เตรียมดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใด หรือเพื่อให้ผู้อื่นโดยมิใช่เจ้าพนักงานตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้รายงานต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทันที และได้รับคำสั่งให้ดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญากับตำรวจคนดังกล่าวโดยไม่เกรงใจ

  • ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว: แก๊งอุ้ม 5 คน ถูกขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
  • ผู้ต้องหาที่ประกันตัว: อีก 2 คน จะถูกติดตามตัวมาแจ้งข้อหาเพิ่ม
  • ผู้ร้ายที่หลบหนี: นายอาร์ท อยู่ระหว่างประสานตำรวจ สปป.ลาว เพื่อจับกุม หวั่นถูกตัดตอน

ล่าสุด เมื่อเวลา 19.00 น. ผลตรวจ DNA ศพที่ถูกเผาพบใน จ.ลพบุรี เปรียบเทียบกับ DNA ของแม่นายรุทธ์ พบว่าตรงกัน 100% ยืนยันศพคือผู้เสียหายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพิ่มเติมทันที

คดีนี้ไม่เพียงเปิดโปงการทำงานผิดจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนปัญหาการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ซึ่งอาจนำไปสู่อาชญากรรมร้ายแรง หากคุณพบเห็นการกระทำน่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สน.สุทธิสาร หรือสายด่วนตำรวจ 191

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสุจริตในกระบวนการยุติธรรมสำคัญยิ่งนัก หากเจ้าหน้าที่ละเมิดได้ คงเหลือความเชื่อมั่นอะไรในระบบ? ติดตามอัปเดตคดีนี้และข่าวอาชญากรรมอื่นๆ บนเว็บไซต์ของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยสังคม

ที่มา – จ่อดำเนินคดี “จ่าสิบตำรวจไซเบอร์” รับงานเช็กทะเบียนรถ เป็นเหตุให้เหยื่อถูกอุ้มหาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: