ชาบีกลายเป็นโค้ชต่างชาติคนแรกของเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1978
วงการฟุตบอลต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า ชาบี เอร์นานเดซ อดีตกองกลางระดับตำนานและผู้จัดการทีมบาร์เซโลนา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเนเธอร์แลนด์คนใหม่ ด้วยสัญญา 4 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลดัตช์
ชาบีกลายเป็นโค้ชต่างชาติคนแรกของเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1978
การเข้ามาคุมทีมในครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะ ชาบีกลายเป็นโค้ชต่างชาติคนแรกของเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1978 ต่อจาก เอิร์นส์ท ฮัปเปิล โค้ชชาวออสเตรียที่เคยฝากผลงานไว้ในอดีต การตัดสินใจของสมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก โรนัลด์ คูมัน ตัดสินใจลาออกหลังจบฟุตบอลโลกที่เนเธอร์แลนด์ต้องพ่ายแพ้ให้กับโมร็อกโกในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
ความเชื่อมโยงที่แนบแน่นกับปรัชญาสีส้ม
ชาบีได้กล่าวถึงความรู้สึกของเขาว่า นี่คือเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ โดยเขายังย้ำว่าตนเองมีความผูกพันกับฟุตบอลดัตช์เป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเติบโตมาจากระบบเยาวชนของบาร์เซโลนาที่มีอิทธิพลมาจาก โยฮัน ครัฟฟ์ และ รินุส มิเชลส์ เขากล่าวอย่างน่าสนใจว่าเขารู้สึกเหมือนเป็นลูกหลานของฟุตบอลดัตช์คนหนึ่ง และได้รับอิทธิพลอย่างสูงจาก หลุยส์ ฟาน กัล และ แฟรงค์ ไรการ์ด ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่หล่อหลอมเขามาตั้งแต่วันแรก
ก่อนหน้านี้ อาร์เน่ สล็อต อดีตกุนซือลิเวอร์พูลก็เคยตกเป็นข่าวว่าเจรจาเรื่องตำแหน่งนี้ แต่สุดท้ายก็ถอนตัวไปเพราะต้องการโฟกัสกับงานสโมสรมากกว่า ทำให้โอกาสนี้ตกเป็นของชาบีอย่างเต็มตัว
ความท้าทายใหม่ของตำนานชาวสเปน
หลายคนอาจจะจำได้ว่า ชาบีคือหนึ่งในขุนพลทีมชาติสเปนชุดที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 โดยเอาชนะเนเธอร์แลนด์ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ในวันนี้เขาจะทำหน้าที่เป็นผู้นำทัพสีส้มเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลก หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับการพาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาลแรกที่คุมทีม
- สัญญาของชาบีมีระยะเวลา 4 ปีเต็ม
- ตั้งเป้าพาเนเธอร์แลนด์กลับมาผงาดอีกครั้ง
- เป็นการรับงานแรกหลังจากแยกทางกับบาร์เซโลนาในปี 2024
นี่ถือเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นที่สุดของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองว่า ปรัชญาการทำทีมของชาบีจะสามารถผสานเข้ากับ ‘โททัล ฟุตบอล’ อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวดัตช์ได้ลงตัวแค่ไหน คุณคิดว่าชาบีจะนำความสำเร็จมาสู่เนเธอร์แลนด์ได้หรือไม่? นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญที่โลกฟุตบอลต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



