เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวหรืออาจจะกำลังเผชิญกับปัญหาที่ดินทำกินกับหน่วยงานภาครัฐอยู่ ซึ่งล่าสุดมีกรณีที่น่าสนใจมากเกิดขึ้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งออกมาติดป้ายประท้วงริมถนน เพราะทนไม่ไหวจากปัญหา ชาวบ้านโวย รัฐรุกที่ดิน ร้องเรียนคดีไม่คืบ มาเป็นเวลานาน
ชาวบ้านโวย รัฐรุกที่ดิน ร้องเรียนคดีไม่คืบ ปัญหาเรื้อรังที่รอการแก้ไข
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองสามีภรรยาในย่านตำบลบ้านสิงห์ อ.โพธาราม ได้ตัดสินใจทำป้ายไวนิลขนาดใหญ่มาติดตั้งไว้หน้าบ้าน เพื่อส่งเสียงสะท้อนถึงความเดือดร้อน หลังจากที่ดินตามโฉนดของพวกเขาถูกแนวถนนและคลองชลประทานรุกล้ำเข้ามาทับซ้อนนานหลายสิบปี จนพื้นที่จริงๆ ที่ใช้สอยได้เหลือเพียงไม่กี่ตารางวาเท่านั้น ทั้งที่มีโฉนดเนื้อที่เกือบ 2 ไร่เลยทีเดียว
จุดเริ่มต้นของการเรียกร้องสิทธิ์เมื่อพบความไม่เป็นธรรม
ปัญหาของ ชาวบ้านโวย รัฐรุกที่ดิน ร้องเรียนคดีไม่คืบ รายนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เมื่อพวกเขาต้องการจะซ่อมแซมบ้านจึงทำการรังวัดที่ดินใหม่ ทำให้ทราบความจริงว่าที่ดินส่วนใหญ่หายไป และที่สำคัญคือยังไม่เคยได้รับเงินค่าชดเชยการเวนคืนเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะมีการประสานงานผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมชลประทาน กรมทางหลวง และศูนย์ดำรงธรรมแล้วก็ตาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาทุกครั้งคือคำว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” ซึ่งสร้างความท้อใจให้กับเจ้าของที่ดินเป็นอย่างมาก
- ตรวจสอบกรมชลประทาน: ยังไม่มีการจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน
- ติดตามกรมทางหลวง: เรื่องเงียบหายไปนานกว่า 1 ปี
- ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม: ได้รับเพียงคำตอบว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบ
สถานการณ์ของ ชาวบ้านโวย รัฐรุกที่ดิน ร้องเรียนคดีไม่คืบ สะท้อนให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างการจัดการของรัฐกับความเดือดร้อนของประชาชนนั้นมีอยู่จริง การขาดความชัดเจนในการชี้แจงกฎหมายหรือเงื่อนไขการเวนคืน ทำให้เจ้าของที่ดินเกิดคำถามว่า หากภาครัฐต้องการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์สาธารณะจริง ก็ควรดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้สมเหตุสมผลตามราคาประเมิน หรือหากมีข้อติดขัดด้านระเบียบ ก็ควรมีการสื่อสารที่ชัดเจนมากกว่าการปล่อยให้เรื่องค้างคา
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครหลายๆ คนที่ควรรีบตรวจสอบแนวเขตที่ดินของตัวเองให้ชัดเจน และรวบรวมเอกสารสิทธิ์ไว้ให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียเปรียบเมื่อเกิดการเวนคืนโดยไม่รู้ตัว หากหน่วยงานรัฐยังคงเพิกเฉย การเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านช่องทางสาธารณะเช่นนี้ อาจเป็นหนทางสุดท้ายที่ประชาชนมีเพื่อทวงถามความยุติธรรมคืนมาครับ


