ชาวอะแลสกาเริ่มอพยพ น้ำทะลักจากธารน้ำแข็ง หวั่นเกิดน้ำท่วมใหญ่

ชาวอะแลสกาอพยพ! น้ำทะลักจากธารน้ำแข็ง

สถานการณ์น่ากังวลในรัฐอะแลสกา เมื่อชาวอะแลสกาเริ่มอพยพ น้ำทะลักจากธารน้ำแข็งเมนเดนฮอลล์ เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมใหญ่เป็นประวัติการณ์ บ้านเรือนจำนวนมากกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ชาวอะแลสกาเริ่มอพยพ น้ำทะลักจากธารน้ำแข็ง หวั่นเกิดน้ำท่วมใหญ่

สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติ (NWS) ในเมืองจูโน ได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉุกเฉิน หลังจากปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าออกมาจากธารน้ำแข็งเมนเดนฮอลล์ ไหลลงสู่แม่น้ำเมนเดนฮอลล์ ทำให้ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงตกอยู่ในภาวะเสี่ยงภัย ประชาชนจำนวนมากได้รับคำแนะนำให้อพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้แจ้งเตือนประชาชนถึงความเป็นไปได้ที่จะต้องทำการอพยพมาเป็นเวลาหลายวัน กระทั่งในที่สุด สถานการณ์ก็เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าน้ำได้เริ่มทะลักออกมาจากธารน้ำแข็ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนเขื่อนธรรมชาติที่กักเก็บน้ำไว้ และคาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ธารน้ำแข็งเมนเดนฮอลล์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองจูโนไปเพียง 19 กิโลเมตร แต่ในขณะนี้ กลับกลายเป็นแหล่งต้นตอของภัยพิบัติที่กำลังคุกคามชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน

สถานการณ์ความรุนแรงของน้ำท่วมครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลกอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน ทำให้น้ำที่ละลายสะสมอยู่ในทะเลสาบธารน้ำแข็งมีปริมาณมากขึ้น จนเกินกว่าที่เขื่อนน้ำแข็งและหินจะสามารถกักเก็บไว้ได้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่ยากต่อการคาดเดา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา NWS รายงานว่า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นไปถึง 9.85 ฟุต ซึ่งยังไม่ถึงระดับ 14 ฟุต ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ในเช้าวันพุธ ระดับน้ำกลับพุ่งสูงเกิน 16 ฟุต ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

ระดับน้ำสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการทะลักของธารน้ำแข็ง

“นี่จะเป็นสถิติใหม่ จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี” นิโคล เฟอร์ริน นักอุตุนิยมวิทยาของ NWS กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นายไมค์ ดันลีวี ผู้ว่าการรัฐอะแลสกา ได้ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงจากการทะลักของทะเลสาบธารน้ำแข็ง ในบริเวณเมืองจูโน และพื้นที่ใกล้เคียง

เมืองจูโนและพื้นที่โดยรอบ เผชิญกับความเสี่ยงน้ำท่วมจากการทะลักของทะเลสาบธารน้ำแข็งมาตั้งแต่ปี 2554 โดยเมื่อปีที่แล้ว บ้านเรือนหลายร้อยหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สถานการณ์ในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความเปราะบางของภูมิภาคนี้ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ธารน้ำแข็งบนภูเขาทั่วโลกกำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน น้ำที่ละลายมากขึ้น จะไหลไปสะสมในทะเลสาบธารน้ำแข็ง ทำให้ทะเลสาบมีขนาดใหญ่ขึ้น เขื่อนน้ำแข็งและหินที่กักเก็บน้ำในทะเลสาบเอาไว้ อาจพังทลายลงได้ทุกเมื่อ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่อาจคาดเดาได้ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอะแลสกาในขณะนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้จริง

สถานการณ์ในอะแลสกา ตอกย้ำถึงความสำคัญของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

อนาคตของชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับธารน้ำแข็งทั่วโลก กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง หากเราไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ชาวอะแลสกาเริ่มอพยพ น้ำทะลักจากธารน้ำแข็ง เป็นสัญญาณเตือนที่ดังและชัดเจน ให้เราตระหนักถึงภัยคุกคามที่แท้จริง และร่วมมือกันสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป

ที่มา – ชาวอะแลสกาเริ่มอพยพ น้ำทะลักจากธารน้ำแข็ง หวั่นเกิดน้ำท่วมใหญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: