สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด ล่าสุด รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียได้ออกแถลงการณ์เตือนอย่างดุเดือด สร้างความกังวลให้กับตลาดพลังงานโลก
ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด
เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ได้กล่าวในการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากชาติอาหรับและอิสลาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่า ซาอุดีอาระเบียขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้อิหร่าน หากเห็นว่าจำเป็น โดยชี้ว่าการโจมตีกรุงริยาดในช่วงที่มีการประชุมนักการทูตนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยไกลที่มุ่งตรงสู่เมืองหลวงได้อย่างสำเร็จ แต่เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนจากอิหร่าน ซึ่งไม่เชื่อมั่นในการเจรจา แต่เลือกใช้วิธีสร้างแรงกดดันแทน รัฐมนตรีซาอุฯ ย้ำว่า แนวทางดังกล่าวจะไม่สำเร็จ เพราะซาอุฯ จะไม่ยอมจำนน และแรงกดดันนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายผู้สร้างมันเอง
รายละเอียดการโจมตีและการตอบโต้ของซาอุฯ
ซาอุฯ ยืนยันพร้อมใช้กำลังทหารหากจำเป็น โดยผู้นำประเทศจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย และจะไม่ลังเลในการปกป้องดินแดนและทรัพยากรเศรษฐกิจ สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดหลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคเมื่อวันพุธ โดยอ้างว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีก่อน
- แหล่งก๊าซธรรมชาติ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก
- โรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งในกรุงริยาด
- เมืองอุตสาหกรรม Ras Laffan ในกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแปรรูปก๊าซธรรมชาติสำคัญ
การโจมตีเหล่านี้สร้างความเสียหายหนัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที นักวิเคราะห์เตือนว่าหาก ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด นำไปสู่การขยายวง สถานการณ์พลังงานโลกอาจวิกฤต
พื้นหลังความขัดแย้งซาอุฯ-อิหร่าน
ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่านมีมานาน ท่ามกลางการแข่งขันอิทธิพลในตะวันออกกลาง สงครามตัวแทนในเยเมน ซีเรีย และเลบานอน ทำให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด การโจมตีริยาดถูกมองว่าเป็นการยกระดับโดยตรง ซึ่งซาอุฯ มองว่าเป็นการท้าทายอธิปไตย
นอกจากนี้ อิหร่านยังถูกกล่าวหาว่าใช้กลุ่มติดอาวุธอย่างฮูธีในเยเมนเป็นฐานยิงขีปนาวุธใส่ซาอุฯ ซึ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับคำขู่ของรัฐมนตรีไฟซาล
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและพลังงานโลก
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงสะท้อนความกังวลของนักลงทุน หาก ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด กลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ อาจทำให้อุปทานน้ำมันลดลง 20-30% ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย ซึ่งราคาน้ำมันในประเทศอาจปรับขึ้นตาม
ตลาดหุ้นตะวันออกกลางร่วงหนัก ดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ OPEC+ อาจต้องประชุมด่วนเพื่อ стабилизировать ราคา
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก และความจำเป็นในการกระจายแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ซาอุฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบาย外交 แต่พร้อมปกป้องตัวเองทุกวิถีทาง สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากไม่มีการแทรกแซงจากนานาชาติ
ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวที่อาจกระทบชีวิตประจำวันของคุณ
ที่มา – ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด

