ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้ เป็นข่าวร้อนที่สะเทือนวงการพลังงานโลก สร้างความกังวลให้กับตลาดน้ำมันทั่วโลกท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น
บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียอย่างอารัมโก (Aramco) ได้สั่งปิดโรงกลั่นน้ำมันราส ทานูรา (Ras Tanura) ชั่วคราว หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านจนเกิดเพลิงไหม้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2568 ตามรายงานจากเว็บไซต์ Times of Israel โดยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้
ก่อนหน้านี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า มีโดรน 2 ลำมุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นราส ทานูรา ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบียและติดอันดับต้น ๆ ของโลก แม้ระบบป้องกันจะสกัดกั้นได้ แต่ซากโดรนที่ตกลงมาก็ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในวงจำกัด โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
วิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงภาพเปลวไฟและควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นฟ้า สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเน็ตทั่วโลก ขณะที่แหล่งข่าวจาก AFP ระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และโรงกลั่นถูกปิดเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย
รายละเอียดโรงกลั่นราส ทานูรา
โรงกลั่นราส ทานูรา ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย มีกำลังการผลิตสูงถึง 550,000 บาร์เรลต่อวัน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย การปิดชั่วคราวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก
- กำลังการผลิต: 550,000 บาร์เรล/วัน
- ตำแหน่ง: ชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย
- บทบาท: สถานีส่งออกน้ำมันหลัก
- เหตุการณ์: โดรนอิหร่าน 2 ลำ ถูกสกัดแต่ซากตกก่อเพลิงไหม้
ผลกระทบจากเหตุการณ์ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามตัวแทนระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์อาจปรับตัวเพิ่มอีก 5-7% หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทยที่ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีวิดีโอและภาพถ่ายจากเหตุการณ์ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว บ่งชี้ถึงความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค การโจมตีด้วยโดรนกลายเป็นอาวุธใหม่ที่ยากต่อการป้องกัน สร้างความท้าทายให้กับระบบรักษาความปลอดภัย
สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียด
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียยืดเยื้อมานาน โดยมีประเด็นฮูตีในเยเมนและกลุ่มตัวแทนอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การป้องกันโรงกลั่นน้ำมันต้องเสริมด้วยเทคโนโลยี AI และโดรนตรวจจับ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้ ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก แนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และพิจารณาหนักโซนพลังงานทางเลือก หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองคลิกติดตามที่นี่ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด
ที่มา – ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้


