ซาอุฯ หั่นส่งออกน้ำมันเอเชียเดือนเม.ย. เป็นเดือนที่ 2 เหตุสงครามทำปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ซาอุฯ หั่นส่งออกน้ำมันเอเชียเดือนเม.ย. เดือนที่ 2

ซาอุฯ หั่นส่งออกน้ำมันเอเชียเดือนเม.ย. เป็นเดือนที่ 2 เหตุสงครามทำปิดช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความตึงเครียดให้ตลาดน้ำมันโลกอีกครั้ง บริษัทซาอุดี อารามโก ผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ ประกาศลดปริมาณส่งออกน้ำมันดิบไปยังเอเชียต่อเนื่องเดือนเมษายน 2569 ท่ามกลางความวุ่นวายจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทำให้เส้นทางสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ส่งผลให้ซัพพลายน้ำมันตึงตัว โรงกลั่นในเอเชียเสี่ยงขาดแคลนดิบ

ซาอุฯ หั่นส่งออกน้ำมันเอเชียเดือนเม.ย. เป็นเดือนที่ 2 เหตุสงครามทำปิดช่องแคบฮอร์มุซ

จากรายงานของแหล่งข่าวอุตสาหกรรมน้ำมัน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ซาอุดี อารามโก ได้ปรับลดการส่งน้ำมันดิบเกรดอาหรับ ไลต์ (Arab Light) ให้ลูกค้าเอเชีย โดยจำกัดเฉพาะสัญญาระยะยาวเท่านั้น แทนที่จะส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เสี่ยงภัย บริษัทหันมาใช้ท่าเรือยันบู (Yanbu) ทางทะเลแดงฝั่งตะวันตกของซาอุฯ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง แต่ก็ทำให้ปริมาณรวมลดลง สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน สะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นทางหลวงแห่งน้ำมันที่ถูกคุกคาม

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นประตูสำคัญที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน โดยเชื่อมอ่าวเปอร์เซียสู่ทะเลอาหรับ ทุกวันมีเรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำขนส่งสินค้าปริมาณมหาศาล หากถูกปิดจากสงคราม ความเสียหายจะลุกลามทันที ซาอุฯ ในฐานะผู้ส่งออกอันดับหนึ่งจึงต้องหันไปใช้เส้นทางสำรองอย่างยันบูและท่าเรืออื่นๆ เพื่อรักษาการส่งมอบ

ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิเคราะห์น้ำมันชั้นนำ ชี้ว่าในเดือนมีนาคม 2569 ซาอุฯ ส่งออกน้ำมันดิบเพียง 4.355 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดฮวบจาก 7.108 ล้านบาร์เรลในเดือนกุมภาพันธ์ หรือลดลงเกือบครึ่ง! แม้ Aramco จะเร่งส่งผ่านยันบู เช่น ส่งให้ซิโนเปคของจีนถึง 24 ล้านบาร์เรลในเดือนมีนาคม แต่ก็ยังไม่พอชดเชย

ผลกระทบต่อเอเชียและเศรษฐกิจโลก

เอเชียซึ่งพึ่งพาน้ำมันซาอุฯ สูงสุด จะได้รับผลกระทบหนัก โรงกลั่นในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย อาจต้องลดกำลังผลิต ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอย่างเบนซินและดีเซลพุ่งขึ้น นายอามิน นัสเซอร์ CEO ของ Aramco เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ตลาดพลังงานโลกจะเผชิญวิกฤตหนัก เนื่องจากฮอร์มุซขนส่งน้ำมันมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

  • ลดซัพพลาย: น้ำมันเข้าถึงโรงกลั่นเอเชียน้อยลง 20-30%
  • ราคาพุ่ง: น้ำมันดิบ Brent อาจทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • กระทบไทย: ค่าน้ำมันรถยนต์และอุตสาหกรรมเพิ่ม กระทบเงินเฟ้อ
  • ทางเลือก: ซาอุฯ เพิ่มส่ง LNG และน้ำมันทางทะเลแดง

สถานการณ์นี้ยังคงน่าจับตา นักลงทุนพลังงานควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจพลิกผันตลาดหุ้นและค่าเงินได้

ในมุมมองของเรา สงครามในตะวันออกกลางไม่เพียงกระทบน้ำมัน แต่ยังเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการด้านพลังงาน อย่าพลาด ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดจากบล็อกนี้ เพื่อวางแผนรับมือความเสี่ยงได้ทันท่วงที

ที่มา – ซาอุฯ หั่นส่งออกน้ำมันเอเชียเดือนเม.ย. เป็นเดือนที่ 2 เหตุสงครามทำปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: