ปัญหาเดิมๆ ที่คนกรุงต้องเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่าง น้ำท่วมกรุงเทพฯ ดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่ไม่เคยหายไปไหน โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนที่ทำเอาการสัญจรกลายเป็นอัมพาต ล่าสุดในเวทีรายการ “เกมคุมเมือง” เหล่าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อจัดการกับวิกฤตนี้อย่างจริงจัง
ดร.โจ ชี้ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” สื่อถึงความเลื่อมล้ำชัดเจน พร้อมแนะวิธีแก้ปัญหา
หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจที่สุดมาจาก ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ซึ่งเขามองว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เรื่องของฝนหรืออุโมงค์ระบายน้ำเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วมันคือภาพสะท้อนของ “ความเหลื่อมล้ำ” ในสังคมอย่างชัดเจนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการที่บางพื้นที่ได้รับการปกป้องดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ชุมชนแออัดหรือพื้นที่เศรษฐกิจฐานรากกลับกลายเป็นจุดรับน้ำที่ระบายออกได้ช้าที่สุด
กลยุทธ์แก้ปัญหาน้ำท่วมจากมุมมอง ดร.โจ
ดร.โจ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงรุกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในกรุงเทพฯ ดังนี้:
- จัดงบประมาณลอกท่อ 100%: พัฒนาประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเดิมที่มีการลอกท่อเพียง 55% ให้เต็มศักยภาพสูงสุด
- อุดรอยรั่วริมเขื่อน: สร้างทางกั้นน้ำในจุดที่เป็นฟันหลอตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันน้ำหนุนเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน
- แยกน้ำฝนกับน้ำเสีย: ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เพื่อให้น้ำฝนระบายสู่ทางออกได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ปะปนกับน้ำเสีย
ทางด้านผู้สมัครท่านอื่นอย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็เน้นย้ำถึงเรื่องวิทยาศาสตร์และการจัดการจุดเสี่ยง 737 จุดทั่วเมือง พร้อมระบุว่าการแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการทำเส้นเลือดฝอยและการจัดการระบบคูคลองให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ในขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี มองว่ากรุงเทพฯ คือเมืองที่ต้องสูบน้ำแข่งกับเวลา จึงต้องนำเทคโนโลยี AI มาช่วยประสานงานจราจรและจัดการระบายน้ำให้รวดเร็วที่สุด
บทสรุปของเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมืองใหญ่ไม่สามารถใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่งได้ แต่ต้องมองให้รอบด้าน ทั้งในเชิงวิศวกรรมและการแก้ปัญหาเชิงสังคม สำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ สิ่งที่คาดหวังคือการลงมือทำจริงเพื่อให้เมืองนี้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่ได้โดยไม่ต้องกลัวฝนตกหนักอีกต่อไป คุณคิดว่าผู้ว่าฯ คนไหนจะมีวิธีแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้ดีที่สุด?
ที่มา – ดร.โจ ชี้ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” สื่อถึงความเลื่อมล้ำชัดเจน พร้อมแนะวิธีแก้ปัญหา





