เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อ ตม.รวบหนุ่มหั่นศพแฟนสาว ขณะเตรียมหนีกลับประเทศ ยังปฏิเสธไม่ได้ฆ่าโหด ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกกับความโหดร้ายของคดีนี้ ตม.หนองคาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวลาวได้อย่างฉับไว ก่อนที่เขาจะหลบหนีข้ามชายแดนได้สำเร็จ
ตม.รวบหนุ่มหั่นศพแฟนสาว ขณะเตรียมหนีกลับประเทศ ยังปฏิเสธไม่ได้ฆ่าโหด
จากรายงานล่าสุดของสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หนองคาย ได้รับการประสานงานจากชุดสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง จึงรีบออกสืบสวนและประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จนนำไปสู่การจับกุมนายต้อม อายุ 26 ปี ชาว สปป.ลาว ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพนางสาวแรม อายุ 20 ปี แฟนสาวชาวลาวเช่นกัน
ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวได้ที่หน้าด่านพรมแดนหนองคาย ขณะกำลังหาทางหลบหนีกลับประเทศ โดยเรียกรถจักรยานยนต์ผ่านแอปพลิเคชันให้มาส่งยังจุดดังกล่าว เบื้องต้นนายต้อมยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่าแฟนสาวแทงตัวเองเสียชีวิต ก่อนที่ตนจะนำศพมาชำแหละแยกยัดใส่ถุงดำ 8 ถุง แล้วทิ้งไว้บริเวณถนนเลียบคลองประปา ทางเข้าโรงเรียนชื่อดังในพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ตม.รวบหนุ่มหั่นศพแฟนสาว
- ก่อนเกิดเหตุ: นายต้อมไปรับแฟนสาวจากพัทยา เนื่องจากหึงหวงที่เธอทำงานในสถานบันเทิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
- ที่เกิดเหตุ: กลับมาที่ห้องพักในกรุงเทพฯ แล้วเกิดทะเลาะกันรุนแรง จนแฟนสาวเสียชีวิต
- หลังก่อเหตุ: ผู้ต้องหาชำแหละศพทิ้ง 8 ถุง ยังทำตัวปกติไปทำงานต่อ
- เช้าวันที่ 24 มี.ค.: นั่งเครื่องบินมาลงสนามบินอุดรธานี แล้วมุ่งหน้าไปหนองคายเพื่อหลบหนี
- 17.30 น.: ถูกตม.หนองคายจับกุมได้ทันเวลา
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด และ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ลงพื้นที่ค้นหาชิ้นส่วนศพตั้งแต่ 20.00 น. ของวันเดียวกัน พบถุงดำหลายใบที่มีชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีฆ่าหั่นศพที่ สน.ทุ่งสองห้อง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากตำรวจจับกุมผู้ต้องหาในขั้นตอนแรกไปแล้ว แต่ผู้ต้องหายังคงมีพฤติกรรมหลบหนี
พฤติกรรมผู้ต้องหาและบทเรียนจากคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายต้อมแสดงท่าทีเย็นชา ไม่ยอมรับว่าฆ่าโหดแฟนสาว แต่ยอมรับว่าชำแหละศพเพราะกลัวถูกจับ คดีนี้สะท้อนปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและความสัมพันธ์ที่เกิดจากความหึงหวง โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในสถานบันเทิง ซึ่งมักเผชิญความเสี่ยงสูง
นอกจากนี้ ตม.หนองคายแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงาน โดยประสานข้อมูลข้ามหน่วยงานได้รวดเร็ว ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศได้ คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับข่าวก่อนหน้าเรื่องการจับกุมหนุ่มฆ่าหั่นศพสาวลาวที่ปากเกร็ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์เดียวกัน
สังคมไทยกำลังจับตามองคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวอย่างของอาชญากรรมโหดร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเตือนว่า ความหึงหวงที่ไม่ได้รับการควบคุมอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้ หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญปัญหาความรุนแรงในความสัมพันธ์ ควรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เช่น สายด่วน 1300
ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ ตม.รวบหนุ่มหั่นศพแฟนสาว ขณะเตรียมหนีกลับประเทศ ยังปฏิเสธไม่ได้ฆ่าโหด เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการอารมณ์และการสื่อสารในความสัมพันธ์ ลองแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตคดีอาชญากรรมเพื่อความปลอดภัยในชุมชน
ที่มา – ตม.รวบหนุ่มหั่นศพแฟนสาว ขณะเตรียมหนีกลับประเทศ ยังปฏิเสธไม่ได้ฆ่าโหด


