เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับมิจฉาชีพออนไลน์กันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดการเครือข่ายข้ามชาติ ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญเมื่อ ตร.รับตัวผู้ต้องหาคนไทย ส่งกลับจากลาว หากพบเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดำเนินคดีทันที ซึ่งถือเป็นการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่น่าสนใจมากครับ
สรุปกรณี ตร.รับตัวผู้ต้องหาคนไทย ส่งกลับจากลาว หากพบเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดำเนินคดีทันที
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งมอบตัวคนไทยจำนวน 106 ราย ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ณ ด่านสากลสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 โดยพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาอธิบายถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานหลังจากรับตัวกลับมาว่า ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์หรือ NRM ก่อน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักสากล
มาตรการเด็ดขาดเมื่อ ตร.รับตัวผู้ต้องหาคนไทย ส่งกลับจากลาว หากพบเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดำเนินคดีทันที
หลังจากขั้นตอนการคัดแยกเหยื่อเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะไม่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ แต่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเชิงลึกทันที โดยมีประเด็นหลักดังนี้:
- ตรวจสอบประวัติในระบบอาชญากรรมออนไลน์ (TPO) อย่างละเอียด
- ตรวจสอบการเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือบัญชีคริปโตที่มิจฉาชีพนิยมใช้
- เชื่อมโยงข้อมูลกับคดีฉ้อโกงประชาชนและเครือข่ายแอปฯ ดูดเงิน
หากพบว่าบุคคลใดมีความผิดจริง ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้ร่วมขบวนการหรือเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งข้อหาทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ยังมีการประสานข้อมูลข้ามหน่วยงานเพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังอีกด้วย
บทส่งท้าย: การนำตัวผู้ที่หลงผิดหรือตั้งใจไปทำผิดกลับประเทศถือเป็นมาตรการป้องกันและป้องปรามที่เห็นผลชัดเจนที่สุด แม้บางส่วนจะเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ แต่การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนคือทางออกเดียวที่จะช่วยหยุดยั้งภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยลดจำนวนเหยื่อในบ้านเราลงได้บ้างนะครับ และขอเตือนเพื่อนๆ ทุกคนให้ระมัดระวังการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับเบอร์แปลกๆ เสมอ เพราะมิจฉาชีพสมัยนี้มาทุกรูปแบบจริงๆ
ที่มา – ตร.รับตัวผู้ต้องหาคนไทย ส่งกลับจากลาว หากพบเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดำเนินคดีทันที


