ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันผ่านออนไลน์ ตำรวจไซเบอร์ เผยสถิติคดีหลอกทำงาน ภารกิจออนไลน์ พุ่งแซงหลอกลงทุน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนต้องรู้! จากข้อมูลล่าสุดของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พบว่าคดีหลอกลวงให้ทำภารกิจออนไลน์ เช่น กดไลค์ กดแชร์ หรือภารกิจง่ายๆ อื่นๆ พุ่งสูงสุด แซงหน้าคดีหลอกลงทุนที่เคยครองอันดับหนึ่งมานาน สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพปรับกลยุทธ์ใหม่ มุ่งเป้าไปที่คนอยากหาเงินง่ายๆ ทางออนไลน์
ตำรวจไซเบอร์ เผยสถิติคดีหลอกทำงาน ภารกิจออนไลน์ พุ่งแซงหลอกลงทุน
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 ว่าสถิติคดีในเดือนมกราคมที่ผ่านมา คดีหลอกทำงานออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะการชักชวนทำภารกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนจะได้เงินจริง แต่สุดท้ายกลายเป็นกับดักสูญเงินและข้อมูลส่วนตัว ที่ผ่านมา คดีหลอกลงทุนอย่างแชร์ลูกโซ่หรือเทรดเหรียญคริปโตสร้างความเสียหายมหาศาล แต่ตอนนี้รูปแบบใหม่นี้มาแรงกว่า
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) ได้มอนิเตอร์ข้อมูลธุรกรรม พบว่ามีการใช้สคริปต์สนทนาที่คล้ายคลึงกันในหลายคดี แสดงถึงขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติที่ทำงานเป็นทีมใหญ่ โดยเริ่มจากโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ซึ่ง Meta ได้ร่วมมือกับตำรวจไทยในการตรวจสอบและปิดบัญชีต้องสงสัย รวมถึง Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ
ระวังนัดพบชายแดน! พฤติกรรมหลอกลวงรูปแบบใหม่
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เตือนเพิ่มเติมว่ามิจฉาชีพชอบนัดผู้เสียหายไปพื้นที่ชายแดน เช่น สระแก้ว จันทบุรี ที่ติดกัมพูชา เพื่อหลอกพาไปทำงานสแกมเมอร์ข้ามแดน บางรายถูกหลอกสแกนใบหน้า เปิดบัญชีธนาคาร หรือรับเงินโอน แม้แต่เปิดห้องพักโรงแรมชายแดนมาทำกิจกรรมเหล่านี้แทน
ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจสกัด ประสานงานกับตำรวจภูธร ตม. ตชด. และกองทัพ รวมถึงขอความร่วมมือโรงแรม รีสอร์ต ถ้าพบกลุ่มคนเช่าห้องพร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมาก หรือชาวต่างชาตินำเงินสดมาแลกเยอะๆ ให้แจ้งตำรวจทันที เพราะอาจเป็นขบวนการฟอกเงิน
วิธีป้องกันตัวเองจากคดีหลอกทำงานออนไลน์
- อย่าหลงเชื่องานง่ายๆ ได้เงินเร็ว: ถ้างานออนไลน์สัญญาเงินดีเกินจริง โดยเฉพาะภารกิจกดไลค์แชร์ มักเป็นหลอกลวง
- ตรวจสอบก่อนนัดพบ: โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน อย่าไปคนเดียว รายงานคนใกล้ชิด
- แจ้งเบาะแสทันที: โทรสายด่วน 1441 หรือแจ้งกองทุนยุติธรรม หากสงสัยถูกหลอก
- ระวังแลกเงิน: ร้านแลกเงินต้องตรวจสอบลูกค้าที่เอาเงินสดจำนวนมากมาแลก โดยเฉพาะต่างชาติ
นอกจากนี้ ตำรวจยังเร่งปิดเว็บพนันออนไลน์ โดยประสานดีอี ขอศาลสั่งปิด และร่วมมือแพลตฟอร์มต่างชาติ สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมไซเบอร์พัฒนาเร็วมาก ประชาชนต้องตื่นตัว
สุดท้าย ขอให้ทุกท่านแชร์ข้อมูลนี้เพื่อปกป้องครอบครัวและเพื่อนฝูง หากมีประสบการณ์ถูกหลอก แจ้งตำรวจไซเบอร์ทันทีเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น!
ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ เผยสถิติคดีหลอกทำงาน ภารกิจออนไลน์ พุ่งแซงหลอกลงทุน



