ถก 29 หน่วยงานเคาะงบ 350 ล้าน ลุยล้างบาง 'ปลาหมอคางดำ'

ถก 29 หน่วยงาน เคาะงบ 350 ล้าน ล้างบางปลาหมอคางดำ

ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายต้องเร่งแก้ไข หลังมีรายงานพบการแพร่กระจายไปยังพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ล่าสุดเกิดความร่วมมือครั้งใหญ่จากหน่วยงานภาครัฐ โดย ถก 29 หน่วยงาน เคาะงบ 350 ล้าน ล้างบางปลาหมอคางดำ เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ เกษตรกร และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ถก 29 หน่วยงาน เคาะงบ 350 ล้าน ล้างบางปลาหมอคางดำ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีตัวแทนจาก 29 หน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนและเร่งด่วน การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการจัดการปัญหาในระดับชาติ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ปลาชนิดนี้ขยายพันธุ์และแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำอื่นเพิ่มเติม

ปลาหมอคางดำเป็นปลาต่างถิ่นที่สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมหลากหลาย ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และพื้นที่ที่มีสภาพน้ำเปลี่ยนแปลง เมื่อปลาชนิดนี้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ย่อมส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่น เพราะเกิดการแข่งขันด้านอาหารและพื้นที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังอาจกระทบต่อรายได้ของชาวประมงและเกษตรกรที่พึ่งพาแหล่งน้ำในชุมชน

มาตรการควบคุมปลาหมอคางดำต้องทำต่อเนื่อง

ที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้า 7 มาตรการเดิมของกรมประมงอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมอนุมัติการขอใช้วงเงินงบกลางที่เหลือประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ งบประมาณดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น ตั้งแต่การสำรวจจำนวนปลา การกำจัดในจุดเสี่ยง ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำหลุดไปยังลำน้ำสายอื่น

  • กั้นฝายหรือติดตั้งแนวกั้นเพื่อแยกพื้นที่ระบาดและตัดวงจรการแพร่กระจาย
  • สำรวจและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการระบาดอย่างเป็นระบบ
  • ระดมกำลังจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ เพื่อสนับสนุนภารกิจภาคสนาม
  • ประสานเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์
  • ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการห้ามนำปลาหมอคางดำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ
  • ช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรหรือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ
  • ติดตามผลการดำเนินงานและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการกั้นฝายตัดตอนวงจรในลำน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด โดยกรมชลประทานจะเข้ามามีบทบาทในการวางระบบจัดการน้ำ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงมหาดไทย จะช่วยเสริมกำลังคนและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานทำได้ครอบคลุมมากขึ้น

กรอบเวลา 180 วันต้องเห็นผลชัดเจน

นายวัชระพลย้ำว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้จะไม่ดำเนินการแบบปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ โดยกำหนดกรอบการทำงาน 180 วัน และต้องมีผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ รวมถึงเตรียมลงพื้นที่เขื่อนลำปาวด้วยตนเองภายในสัปดาห์นั้น เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคจากเจ้าหน้าที่ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่โดยตรง

อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือการสืบสวนหาที่มาของปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว เพราะปลาชนิดนี้ไม่สามารถว่ายน้ำจากชายฝั่งทะเลไปยังเขื่อนดังกล่าวได้เอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของกรมประมงจึงได้รับคำสั่งให้เร่งตรวจสอบว่ามีผู้ลักลอบนำปลาไปปล่อยหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในพื้นที่อื่น

การแก้ปัญหาจะไม่สำเร็จด้วยการจับปลาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำควบคู่กันหลายด้าน ทั้งการควบคุมเส้นทางน้ำ การเฝ้าระวังในชุมชน การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และการส่งเสริมให้ทุกคนแจ้งเบาะแสเมื่อพบการนำปลาต่างถิ่นไปปล่อย นอกจากนี้ ภาครัฐยังต้องพิจารณามาตรการเยียวยาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถปรับตัวและรักษารายได้ของครอบครัวได้

สำหรับข้อเรียกร้องจาก ครม.เงาที่ต้องการให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหากไม่เห็นผลภายใน 3 เดือน นายวัชระพลระบุว่า พร้อมทำงานอย่างเต็มที่ ขณะที่การตัดสินใจด้านตำแหน่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นในเวลานี้คือการทำงานที่โปร่งใส มีข้อมูลรองรับ และสามารถประเมินผลได้จริง

ในระยะต่อไป กรมประชาสัมพันธ์จะสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนทุกสัปดาห์ เพื่อให้คนในพื้นที่รู้สถานการณ์และมีส่วนร่วมกับการป้องกันการระบาดมากขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง การควบคุมปลาหมอคางดำก็มีโอกาสประสบผลสำเร็จและช่วยลดความเสียหายต่อระบบนิเวศได้

ถก 29 หน่วยงาน เคาะงบ 350 ล้าน ล้างบางปลาหมอคางดำ จึงไม่ใช่เพียงข่าวการจัดสรรงบประมาณ แต่เป็นบททดสอบการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ประชาชนเองก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเฝ้าระวัง ไม่ซื้อขายหรือนำปลาต่างถิ่นไปปล่อย และแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ หากทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ เชื่อว่าจะช่วยปกป้องแหล่งน้ำและอาชีพของชุมชนได้ในระยะยาว

ที่มา – ถก 29 หน่วยงานเคาะงบ 350 ล้าน ลุยล้างบาง “ปลาหมอคางดำ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: