ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองทัพอิหร่าน

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ เมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองแบบศาสนา

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทรัมป์ได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านวิดีโอ โดยชี้ให้เห็นว่าการโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในอิหร่านเป็นโอกาสทองสำหรับชาวอิหร่านในการลุกฮือโค่นล้มรัฐบาล เขาย้ำว่าหากสหรัฐฯ เข้ามาช่วยจัดการสถานการณ์แล้ว ชาวอิหร่านควรฉวยโอกาสนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่รอคอยมานานหลายชั่วอายุคน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งสารตรงถึงเจ้าหน้าที่และกองกำลังความมั่นคงของอิหร่าน โดยเสนอให้ เอกสิทธิ์คุ้มกัน หากพวกเขายอมวางอาวุธทันที แต่ถ้าดื้อดึงต่อไป จะต้องเผชิญกับความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำขู่ดังกล่าวนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเวทีโลก

ทรัมป์ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธทันที

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมกราคม ทรัมป์เคยขู่ว่าจะทิ้งระเบิดถล่มอิหร่าน ขณะที่กองกำลังความมั่นคงปราบปรามผู้ประท้วงอย่างโหดร้ายทั่วประเทศ นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,480 ราย ทรัมป์เตือนผู้ที่เกี่ยวข้องว่าต้องชดใช้ราคาแพง และให้กำลังใจผู้ประท้วงว่าความช่วยเหลือกำลังมา

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา ทรัมป์ยอมรับว่ารัฐบาลอิหร่านรับรองว่าการสังหารหยุดลงแล้ว ก่อนหันไปโฟกัสที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อมายาวนานระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก

  • ทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มรัฐบาล
  • เสนอเอกสิทธิ์คุ้มกันให้กองกำลังที่วางอาวุธ
  • ขู่สังหารผู้ที่ไม่ยอมจำนน
  • เชื่อมโยงกับการโจมตีครั้งใหญ่ในอิหร่าน
  • อ้างเป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2565 จากกรณีมะห์ซา อามินี สาวชาวเคิร์ดที่เสียชีวิตจากการถูกจับกุมโดยตำรวจศีลธรรม ทำให้ประชาชนนับล้านลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิสตรี รัฐบาลตอบโต้ด้วยความรุนแรง สร้างบาดแผลลึกในสังคม

ทรัมป์ซึ่งมีประวัติขัดแย้งกับอิหร่านอย่างดุเดือด เคยสั่งสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี ในปี 2563 ส่งผลให้ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านย่ำแย่ยิ่งขึ้น นโยบาย “แรงกดดันสูงสุด” ของเขายกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ทำให้อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

การปลุกระดมครั้งนี้ของทรัมป์อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อเรียกคะแนนนิยมในหมู่ฐานเสียงอนุรักษ์นิยมสหรัฐฯ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองตะวันออกกลาง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่อาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชาวอิหร่านจำนวนมากตอบรับคำเรียกร้องของทรัมป์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยใช้แฮชแท็ก #IranRevolution เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาล แต่รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาว่าทรัมป์แทรกแซงกิจการภายในและเป็นผู้ก่อการร้าย

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของทรัมป์ครั้งนี้อาจจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในอิหร่าน หากชาวอิหร่านรวมตัวกันได้ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวสารต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: