ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลและสื่อต่างประเทศ เมื่ออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ข้อความเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังจะเข้าสู่การเจรจาในไม่ช้า
ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต
วันที่ 21 เมษายน 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุชัดเจนว่า “ถึงผู้นำอิหร่าน ซึ่งในไม่ช้าจะได้ร่วมเจรจากับตัวแทนของผม: ผมจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่งหากมีการปล่อยตัวผู้หญิงเหล่านี้ ผมมั่นใจว่าพวกเธอจะเคารพในสิ่งที่พวกคุณทำ โปรดอย่าทำอันตรายพวกเธอ! มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเจรจาของเรา!!!” คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การทูตแบบทรัมป์ที่ตรงไปตรงมาและใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ
โพสต์ดังกล่าวยังแนบภาพหน้าจอจากผู้ใช้ X ชื่อ Eyal Yakoby ซึ่งโพสต์ภาพผู้หญิง 8 คนที่อ้างว่ากำลังจะถูกรัฐบาลอิหร่านประหารชีวิต โดยไม่มีองค์กรสิทธิมนุษยชนหรือนานาชาติใดให้ความสนใจ สื่ออย่าง Fox News ระบุว่าหนึ่งในนั้นคือ บิตา เฮมมาตี (Bita Hemmati) ผู้ประท้วงที่เกี่ยวข้องกับการลุกฮือในกรุงเตหะรานเมื่อเดือนมกราคม 2569 แต่ตัวตนของคนอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน

บริบทการประท้วงในอิหร่านและสิทธิสตรี
อิหร่านกำลังเผชิญปัญหาการประท้วงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มสตรีที่ต่อสู้เพื่อสิทธิพื้นฐาน การที่ ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต จึงเป็นสัญญาณสำคัญ ทรัมป์มองว่านี่คือโอกาสสร้างบรรยากาศบวกสำหรับการเจรจานิวเคลียร์และประเด็นอื่นๆ ที่ค้างคา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อิหร่านถูกวิจารณ์เรื่องการลงโทษประหารชีวิตผู้ประท้วง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์มะฮซา อะมินี ในปี 2565 ที่จุดชนวนคลื่นประท้วงทั่วประเทศ ผู้หญิงเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการก่อจลาจลหรือต่อต้านรัฐบาล
ผลกระทบต่อการทูตสหรัฐฯ-อิหร่าน
การเคลื่อนไหวของทรัมป์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ‘maximum pressure’ ที่เขาเคยใช้สมัยเป็นประธานาธิบดี การเรียกร้องปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองจะช่วยสร้างภาพลักษณ์เป็นผู้นำที่ห่วงใยสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกันก็กดดันอิหร่านให้ยอมถอย
- ทรัมป์ใช้ Truth Social เป็นช่องทางสื่อสารโดยตรงกับผู้นำอิหร่าน
- เน้นย้ำว่าการปล่อยตัวจะเป็น ‘จุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม’
- ไม่มีปฏิกิริยาทันทีจากรัฐบาลอิหร่าน
- สื่อตะวันตกให้ความสนใจอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมตัวแทนสำหรับการเจรจา ซึ่งอาจครอบคลุมประเด็นนิวเคลียร์ การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และสิทธิพลเมือง การที่ทรัมป์ออกมาแบบนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงพันธมิตรอย่างอิสราเอลด้วย
จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การทูตแบบนี้มีทั้งข้อดีและความเสี่ยง หากอิหร่านตอบรับ จะเป็นชัยชนะใหญ่ แต่ถ้าปฏิเสธ อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียด
สุดท้ายแล้ว ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต สะท้อนถึงสไตล์การเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนของเขา คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คิดว่าอิหร่านจะยอมตามหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!
ที่มา – ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต



