ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 15% ชิปและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ 'โพลีซิลิคอน' สกัดจีนคุมวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 15% ชิปและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ “โพลีซิลิคอน” สกัดจีนคุมวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 15% ชิปและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ “โพลีซิลิคอน” สกัดจีนคุมวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยกระดับการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ ด้วยการทรัมป์สั่งเก็บภาษี 15% ชิปและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ “โพลีซิลิคอน” สกัดจีนคุมวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป โดยมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากจีน และต้องการฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์และพลังงานสะอาดให้กลับมาแข็งแกร่งในอเมริกาอีกครั้ง

สำหรับใครที่สงสัยว่าทำไม “โพลีซิลิคอน” ถึงสำคัญนัก ต้องอธิบายก่อนว่ามันคือวัตถุดิบตั้งต้นที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ในระดับสูง ซึ่งขาดไม่ได้เลยในอุตสาหกรรมชิปและแผงโซลาร์เซลล์ การที่สหรัฐฯ ออกมาตรการครั้งนี้ถือเป็นการแก้เกมครั้งใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันจีนครองส่วนแบ่งตลาดเกือบจะผูกขาดทั่วโลก ทำให้สหรัฐฯ ตกอยู่ในสภาวะที่เสียเปรียบด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยี

รายละเอียดการปรับภาษีและราคาขั้นต่ำ

ภายใต้คำสั่งบริหารฉบับนี้ ไม่เพียงแต่การเก็บภาษี 15% เท่านั้น แต่ยังมีการกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำเพื่อป้องกันการทุ่มตลาดจากต่างชาติ ดังนี้:

  • โพลีซิลิคอน: ราคาขั้นต่ำ 21 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม
  • เวเฟอร์และแท่งโพลีซิลิคอน: ราคาขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม
  • เซลล์แสงอาทิตย์: ราคาขั้นต่ำ 0.22 ดอลลาร์ต่อวัตต์
  • แผงโซลาร์เซลล์: ราคาขั้นต่ำ 0.38 ดอลลาร์ต่อวัตต์

มาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก หลายฝ่ายจับตามองว่าการที่ ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 15% ชิปและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ “โพลีซิลิคอน” สกัดจีนคุมวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทางอย่างไรบ้างในอนาคต

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขภาษี แต่มันคือการประกาศสงครามทางการค้าในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ สหรัฐฯ กำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของตนจะไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของคู่แข่งทางการเมือง การเดินหมากในครั้งนี้ของทรัมป์จึงเป็นการดึงเอาผู้ผลิตภายในประเทศอย่าง Hemlock Semiconductor และ Wacker Chemie ให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ท้ายที่สุดแล้ว แม้จีนจะออกมาประณามและขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ แต่สงครามการค้าเรื่องวัสดุต้นน้ำนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน การเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบในช่วงปลายปีนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย การตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า “ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน” คือสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเหนือสิ่งอื่นใด

ที่มา – ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 15% ชิปและโซลาร์เซลล์ที่ใช้ “โพลีซิลิคอน” สกัดจีนคุมวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: