“ทวิวงศ์” แจงปมขึ้นเวทีกับ “อนุทิน” ยันเป็นฝ่ายค้าน เลือก “เต้” ได้ “นายกฯ เท้ง”
ในวันที่ 27 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสนใจในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.อยุธยา จากพรรคประชาชน ถูกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชวนขึ้นเวทีระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการน้ำท่วมที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนตั้งคำถามว่านายทวิวงศ์กำลังเปลี่ยนขั้วหรือไม่ แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาแจงแล้วว่า ยังคงยืนหยัดในบทบาทฝ่ายค้าน และยืนยันว่าจะเลือก “นายกฯ เท้ง” จากพรรคประชาชน หากได้ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง
นายทวิวงศ์ โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ โดยย้ำว่า การขึ้นเวทีครั้งนี้เป็นเพียงการทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมให้รัฐบาลรับทราบ ไม่ใช่การสัญญาหรือเปลี่ยนพรรคการเมือง เขาย้อนถึงเหตุการณ์ในปี 2567 ที่เคยเข้าไปเสนอแนะกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ ส.ส. ที่ต้องเป็นปากเสียงให้ชาวอยุธยา โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบางบาลและพื้นที่ใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน
“ทวิวงศ์” แจงปมขึ้นเวทีกับ “อนุทิน” ยันเป็นฝ่ายค้าน เลือก “เต้” ได้ “นายกฯ เท้ง”
จากภาพที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดีย แสดงให้นายอนุทิน พูดกับนายทวิวงศ์บนเวทีว่า “เลือกเต้ให้เต้มาเลือกหนู” ซึ่งหลายคนตีความว่าอาจเป็นสัญญาณการรวมพรรคหรือเปลี่ยนฝ่าย แต่ตัวแทนจากพรรคประชาชนยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขายังคงเป็นฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นในสภา และหากประชาชนมอบความไว้วางใจให้ลงสมัคร ส.ส.อีกครั้ง เขาจะลงในนามพรรคประชาชนเท่านั้น
นายทวิวงศ์ เน้นย้ำว่า การเลือก “เต้ ทวิวงศ์” จะได้ “นายกฯ เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือผู้สมัครนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนที่ได้รับฉันทามติจากประชาชน โดยไม่ต้องสงสัย เขาเชื่อว่าประชาชนไม่ได้เลือกตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เลือกนโยบายก้าวหน้าและการแก้ปัญหาจากรากฐานของพรรคประชาชน ซึ่งมุ่งแก้โครงสร้างปัญหาของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในประเด็นภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมที่เกิดซ้ำซาก
ข้อเสนอเร่งด่วนแก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา
ในฐานะตัวแทนชาวอยุธยา นายทวิวงศ์ ได้นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลควรดำเนินการทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญน้ำท่วมหนัก โดยข้อเสนอเหล่านี้มาจากการรับฟังปัญหาจริงในพื้นที่ และหวังให้เกิดการปฏิบัติที่รวดเร็วและทั่วถึง
- การชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัย: รัฐบาลควรโอนเงินช่วยเหลือให้รวดเร็วเหมือนปีที่แล้ว หากอนุมัติงบกลางรายการฉุกเฉินได้ไว จะช่วยลดความทุกข์ทนของประชาชนได้มาก โดยเฉพาะเกษตรกรและครอบครัวที่สูญเสียรายได้
- จัดสรรน้ำดื่มสะอาด: ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งรถน้ำดื่มไปยังจุดอพยพและตำบลต่างๆ ฟรี เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาด ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานในช่วงภัยพิบัติ
- ชดเชยความเสียหายบ้านเรือน: หลังน้ำลด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นควรลงพื้นที่เก็บข้อมูลความเสียหายจริง และจ่ายค่าชดเชยตามราคาตลาด เพื่อให้ประชาชนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้โดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ข้อเสนอเหล่านี้ต้องอาศัยงบประมาณและคำสั่งจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยนายทวิวงศ์ ชี้ว่าการรวมพลังทุกฝ่ายในช่วงภัยพิบัติเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ประชาชนคือผู้เดือดร้อนที่รอความช่วยเหลือทุกวัน
ในงานแถลงของนายกรัฐมนตรีวันนั้น นายทวิวงศ์ เข้าไปสังเกตการณ์และนำข้อเสนอเสนอต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยยอมขึ้นเวทีตามคำเชิญด้วยมารยาท เพื่อแสดงให้ชาวบางบาลเห็นว่านักการเมืองทุกคนต้องร่วมมือเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเมืองส่วนตัว
สุดท้าย นายทวิวงศ์ ขอยืนยันอีกครั้งว่า เขาจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่ในสภา แต่เมื่อลงพื้นที่ จะเป็นปากเสียงให้ชาวอยุธยาเสมอ และหากเลือกตั้งครั้งหน้า “เลือก เต้ ทวิวงศ์ ได้ นโยบายแก้ปัญหาเพื่อประชาชน โดยพรรคประชาชน แน่นอนครับ”
จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยยังต้องการความร่วมมือข้ามพรรค โดยเฉพาะในวิกฤตภัยพิบัติ หากนักการเมืองทุกคนมุ่งเน้นประชาชนมากกว่าอำนาจ การแก้ปัญหาจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น เราในฐานะประชาชนควรติดตามและสนับสนุนนโยบายที่แก้ปัญหาจริง ไม่ใช่แค่คำพูด ลองคิดดูสิว่าถ้าทุกคนเลือกพรรคที่มีวิสัยทัศน์ยั่งยืน เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ชวนคุณผู้อ่านแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
ที่มา – “ทวิวงศ์” แจงปมขึ้นเวทีกับ “อนุทิน” ยันเป็นฝ่ายค้าน เลือก “เต้” ได้ “นายกฯ เท้ง”


